ถึงแม้ลูกชายมันจะถือดีหยิ่งผยอง แต่ก็ไม่ใช่ตัวโง่งมขนาดนั้น
เรื่องนี้มันมั่นใจนัก!
“อันใด? หรือผู้นำตระกูลโอวหยางคิดว่าข้าใส่ความบุตรชายของเจ้างั้นเหรอ!?”
ต่งฮุยกล่าวถามเสียงเย็น
“ไม่กล้า!”
ถึงแม้ว่าในใจจะมีความคิดนี้เป็นอันดับแรก แต่ไหนเลยโอวหยางป้าจะกล้าพูด “ข้าเพียงคิดว่าเรื่องนี้ยากเป็นไปได้นัก แม้บุตรชายข้าจักมิใช่ตัวดีอันใด แต่คงมิมีวันกล้าคิดร้ายต่อต้วนหลิงเทียน ศิษย์อัจฉริยะของสำนักท่านได้!”
“โอวหยางป้า…ดูเหมือนเจ้าจะประเมินความสามารถของบุตรชายเจ้าต่ำไปแล้ว…”
ต่งฮุยมองโอวหยางป้าด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่จะหันหลับกลับไปกล่าวถึงคนที่อยู่ด้านในห้อง “ศิษย์น้องต้วน เจ้าพามันออกมาเถอะ จะได้ให้มันมาพูดต่อหน้าผู้นำตระกูลโอวหยางให้รู้กันไป…ว่าสำนักจันทร์จรัสแสงเรามิเคยใส่ร้ายผู้อื่น”
เมื่อต่งฮุยกล่าวเช่นนี้ โอวหยางป้าก็ชำเลือกมองไปยังห้องด้านในด้วยเช่นกัน
และเมื่อมันเห็นร่างหนึ่งก้าวออกมาจากห้อง ลูกตามันเบิกกว้างตะลึงลาน “สะ…สหายน้อยต้วน?”
นั่นเพราะผู้ที่ก้าวออกมากลับเป็นชายหนุ่มในชุดสีม่วงที่มันคุ้นตา มันพึ่งพบอีกฝ่ายเมื่อวาน กระทั่งยังวางแผนจะไปเยือนอีกฝ่ายที่โรงเตี๊ยมแต่เช้าเพื่อนำสิ่งของไปมอบให้เป็นการขอขมา
อย่างไรก็ตามเนื่องจากบุตรชายของมันกล้าไปล่วงเกินคนของ 9 พันธมิตร มันจึงต้องเร่งรุดติดตามมาเช็ดก้นให้บุตรชายมันก่อนแบบนี้