แลกเปลี่ยนกับตระกูลโอวหยาง
มาตอนนี้หลิวเยว่ก็รู้ได้ทันทีว่าข่าวลือสมควรเป็นจริง อาวุโสฮุยกับอาวุโสป๋ายลี่หงสมควรมีสัมพันธ์อันดีต่อกัน
“อาวุโสฮุย ข้าขอตัวลา”
หลังจากที่พาต้วนหลิงเทียนมาส่งถึงที่แล้ว หลิวเยว่ก็คิดปลีกตัวจากไปทันที
“อืม”
อาวุโสฮุยหันมองหลิวเยว่ค่อยพยักหน้าออกมา
หลังจากนั้นหลิวเยว่ก็หันไปอำลาต้วนหลิงเทียน
“ลำบากพี่เยว่นำทางแล้ว”
หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนลาหลิวเยว่ เขาก็หันไปประสานมือคารวะอาวุโสฮุยด้วยรอยยิ้ม “ต้วนหลิงเทียนคารวะอาวุโสฮุย”
“อะไร? ไฉนศิษย์น้องต้วนเรียกข้าห่างเหินเช่นนั้นเล่า? หรือเจ้าคิดว่าข้ามิคู่ควรเป็นศิษย์พี่ของเจ้า?”
พอได้ยินคำทักของต้วนหลิงเทียน อาวุโสฮุยก็ชักสีหน้าหม่นหมองทันที
“ศิษย์พี่ฮุย”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มเจื่อนๆ
ถึงแม้เขาจะเห็นชัดว่าอาวุโสฮุยเพียงจงใจปั้นหน้าซึม แต่เขาก็ได้แต่เล่นตามน้ำอีกฝ่ายไปเท่านั้น ขณะเดียวกันเขาก็ตระหนักได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างอีกฝ่ายกับศิษย์พี่ของเขาอย่าง ‘ป๋ายลี่หง’ ยังสนิทสนมเหนือกว่าที่คิดไว้เสียอีก
“ประเสริฐ!”
ได้ยินต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนคำเรียกหา หน้าต่งฮุยก็เผยยิ้มกว้างออกมาทันที
“ว่าแต่…เจ้านี่มันเป็นใครหรือ?”
ไม่นานสายตาต่งฮุยก็หันไปสนใจโอวหยางชิงที่พึ่งถูกต้วนหลิงเทียนเขวี้ยงทิ้งอีกรอบ
มันพอเดาได้คร่าวๆว่าที่ต้วนหลิงเทียนมาหามันเอาดึกดื่นขนาดนี้ มิแคล้วต้องเกี่ยวข้องกับคนผู้นี้แน่นอน