มันจะไม่ตื่นเต้นยินดีกับการปฏิบัติด้วยดีของตัวตนระดับนี้ได้อย่างไร?
“ดูเหมือนว่าคุณชายใหญ่ตระกูลโอวหยางนั่นจะชะตาขาดแล้ว เล่นกับใครไม่ว่ากล้ามีเรื่องกับต้วนหลิงเทียน”
หลายคนที่เฝ้าหน้าประตูสำนักงานใหญ่ 9 พันธมิตรกล่าวออกมาด้วยความสนุกสนาน
“นั่นสิ ท่าทางตระกูลโอวหยางจะถึงวาระแล้ว…ผู้คนมีตั้งมากดันไปมีเรื่องกับต้วนหลิงเทียนได้ พวกมันไปกินดีหมีหัวใจเสือกันมารึไร??”
หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วทำไมโอวหยางชิงนั่นมันถึงกล้ามีเรื่องกับต้วนหลิงเทียนกัน…หรือตระกูลโอวหยางมีตาแต่ไร้แววขนาดนั้นเชียว? ต้วนหลิงเทียนโด่งดังขนาดนี้ไหนเลยพวกมันจะไม่รู้จักกันได้?”
“ฮัยยา เรื่องนี้เจ้ายังมองไม่ออกรึไง!”
“เพ้ย! ทำยังกับเจ้ารู้!”
“เฮอะ! ถึงก่อนหน้าข้าจะไม่รู้ แต่พอเห็นอาการคุณชายใหญ่ตระกูลโอวหยางหวาดผวา ตอนต้วนหลิงเทียนกล่าวบอกนาม ข้าก็พอเดาได้แล้วว่าก่อนหน้ามันมิรู้ตัวตนต้วนหลิงเทียนมาก่อน! ท่าทางต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้เปิดเผยตัวตนยามมีเรื่องราวกัน!!”
“เห? นี่เจ้าเกิดปีเหยี่ยวรึไรเรื่องพรรค์นี้ยังอุตส่าห์มองเห็น!”
“หากเป็นเพราะแบบนั้น มิใช่ต้วนหลิงเทียนคิดเล่นหมูกินเสืออยู่รึไง ท่าทางคราวนี้ตระกูลโอวหยางจะเตะเอาเข้าตอเหล็กแล้วจริงๆ…ไม่นานพวกมันต้องโดนดีแน่!”
……
16 คนที่เหลือนอกจากหลิวไห่ หันมามองแลกเปลี่ยนสายตากัน และต่างเห็นถึงความสงสารในสายตาสหาย พวกมันรู้สึกสงสารตระกูลโอวหยางอยู่บ้าง