ต้วนหลิงเทียนที่กล่าวอ้างถึง ‘ผู้อาวุโส’ ขึ้นมา แน่นอนว่าย่อมเป็นข้ออ้างในการปลีกตัวกลับไปโดยไว
ผู้ใดจะไปคิดว่าผู้นำตระกูลโอวหยางยังตามตื้อ ถึงขั้นคิดเรียนเชิญอาวุโสของเข้ามากินเลี้ยงด้วย
“ผู้นำโอวหยางน้ำใจนี้ของท่านข้าคงขอรับไว้ด้วยใจแล้ว ทว่าเรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้…อาวุโสของข้ามิชอบพบปะคนนอก”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวกล่าว
“ไม่ชอบพบปะคนนอก?”
โอวหยางชิงพลันหัวเราะเยาะดังลั่น “เป็นผู้ยิ่งใหญ่มาจากที่ใดกัน…แต่ข้ามิรู้ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่จริงหรือไม่!”
“ผู้นำโอวหยาง ดูเหมือนว่ากระทั่งบุตรชายท่านเองก็ไม่ได้คิดต้อนรับข้าเท่าไหร่…เช่นนั้นข้าขอตัวเลยแล้วกัน”
เมื่อเห็นโอวหยางชิงกล่าวโพล่งเสียดสีออกมา ต้วนหลิงเทียนไม่เพียงไม่รู้สึกไม่พอใจ ยังชมชอบวาจาที่มาได้พอดีนี้ไม่น้อย เป็นข้ออ้างให้เขาจากไปทันที
“สหายน้อยต้วนช้าก่อน!”
เห็นเช่นนี้โอวหยางป้าก็อดเป็นกังวลขึ้นมาไม่ได้
พอได้ยินว่าต้วนหลิงเทียนมีผู้อาวุโสมาด้วย ความคิดแรกของมันคือเชื้อเชิญต้วนหลิงเทียนกับผู้อาวุโสไว้เพื่อเชื่อมไมตรีให้จงได้
“โปรดยกโทษให้บุตรชายไม่เอาไหนของข้าด้วยที่มันมิรู้ความ!”
โอวหยางป้าที่หน้าเสียเร่งกล่าวกับต้วนหลิงเทียนที่หันหลังทันที ก่อนที่จะหันกลับไปตะคอกใส่โอวหยางชิงด้วยโทสะ “เจ้าลูกไม่รักดี ยังไม่รีบไสหัวไปอีก! ข้ามิน่าปล่อยเจ้าเข้ามาเลยจริงๆ!!”
เมื่อถูกโอวหยางป้าหันมาตำหนิด้วยโทสะ โอวหยางชิงถึงกับตื่นตระหนก