ในฐานะผู้นำตระกูลใหญ่ โอวหยางป้าย่อมมีวิสัยทัศน์ไม่ใช่ชั่ว ไหนเลยไม่รู้ได้ถึงความไม่พอใจของต้วนหลิงเทียนที่มีต่อสกุลโอวหยาง แต่มันเองก็ไม่รู้ว่าไฉนถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ “หลัวเอ้อ ลูกแน่ใจหรือว่าเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พ่อฟังหมดแล้ว ไฉนพ่อรู้สึกว่ายามเผชิญหน้ากับเจ้า เขาถึงได้ตั้งแง่มองเจ้าเสมือนศัตรูได้เล่า?”
“ตั้งแง่? มองข้าเป็นศัตรู?”
โอวหยางหลัวตัวแข็งทื่อไปทันที ถึงแม้นางเองก็พอรู้ว่าดูเหมือนต้วนหลิงเทียนจะไม่ชอบนาง แต่นางไม่รู้เลยว่าทำไมต้วหลิงเทียนจึงเห็นนางเป็นศัตรูได้
“อืม”
โอวหยางป้า
“หรือเป็นเพราะข้าให้ท่านพ่อใช้วิธีการรุนแรงไปหน่อยในการพาเขามาที่นี่หรือไม่ หาไม่แล้วไฉนเขาถึงมองข้าเป็นศัตรูได้เล่า?”
โอวหยางหลัวเผยใบหน้าสับสนงุนงงด้วยไม่เข้าใจ
“มิควรง่ายดายเช่นนั้น…ข้ารู้สึกว่าอาการต่อต้านของเขามิได้เกิดขึ้นด้วยเรื่องเท่านี้อย่างเดียว”
โอวหยางป้าส่ายหัว “หลัวเอ้อ…ลูกคิดให้ดี แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อฟังอีกรอบได้หรือไม่ เผื่อเจ้าจะมองข้ามอันใดไป”
ขณะที่โอวหยางหลัวพยายามครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อเรียบเรียงแล้วกล่าวเล่าให้โอวหยางป้าฟัง ด้านโอวหยางชิงก็ได้ลอบจับตามองต้วนหลิงเทียนเดินออกจากสกุลโอวหยางไปด้วยสายตาดุร้าย
“ไอ้หนู…พ่อกับน้องข้าบอกว่าเจ้ามาจากขุมพลังชั้น 7 …แต่ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าใช่คิดปั่นหัวพวกเราหรือไม่!”