“ดูเหมือนตระกูลโอวหยาง ตระกูลซือถู แล้วก็ตระกูลอี้ที่เป็นเบื้องหลังของอี้เทียนสิงคนนั้น จะเป็นขุมพลังท้องถิ่นของเมืองหานเหอสินะ…แถมตระกูลโอวหยางกับซือถือยังนับเป็นงูดินเจ้าที่ๆตัวใหญ่หน่อย..”
“ตระกูลอี้แลดูจะอ่อนด้อยกว่าพวกมันหลายส่วน…”
เมื่อรวมภาพเรื่องราวที่เขาแลเห็นในเมือง กับข้อมูลที่รวบรวมได้จากเสี่ยวเอ้อ กระทั่งได้พบเจอโอวหยางหลัวกับอี้เทียนสิงมากับตัว ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่ต้วนหลิงเทียนจะสรุปความเป็นไป
นอกเหนือจากทำความเข้าใจเรื่องราวของขุมพลังดั่ง ‘งูดินเจ้าที่’ แล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ไปเดินดูของอย่างสนใจ ไม่นานก็พบร้านค้าที่ขายปากกาจารึก รวมถึงวัตถุดิบหายากมากมาย
การมายังเมืองหานเหอครั้งนี้ นอกเหนือจากผ่อนคลายแล้ว เขายังมีวัตถุประสงค์หลักอีก 2 อย่าง
หนึ่งคือซื้อหาปากกาจารึกอาคมของตัวเองสักด้าม
ประการที่ 2 ก็คือหาซื้อวัตถุดิบที่สามารถใช้ในการซ่อมแซมฟื้นฟูเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติ
หลังจากที่เดินดูของแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ไปรับประทานอาหารเย็นที่เหลาอาหารแห่งหนึ่ง ยังกล่าวถามเสี่ยวเอ้อเพิ่มเติมเรื่องสถานที่ขายวัตถุดิบกับสิ่งของจำเป็น พอออกจากเหลาก็พลบค่ำแล้ว ต้วนหลิงเทียนที่ไม่คิดจะไปไหนอีกวันนี้ก็เดินกลับไปยังโรงเตี๊ยมที่พักทันที