จนถึงตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกไม่ถูกชะตากับสตรีนางนี้
ก่อนที่เขาจะเผยตัวออกมาจากการลอบชมเรื่องราว เขาเห็นท่าทีที่นางปฏิบัติต่ออี้เทียนสิงชัดเจนดี
หากอี้เทียนสิงนั่นไม่คิดฆ่าเขาก่อน เขาก็คงไม่ฆ่าอี้เทียนสิงทิ้งแบบนี้
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนเดินไปหยิบแหวนพื้นที่เหลือไว้ของอี้เทียนสิง กระทั่งยังหยิบแหวนพื้นที่ของโอวหยางผิงที่อี้เทียนสิงชิงไปก่อนหน้ามาเก็บไว้กับตัวด้วยท่าทางราวกับเจ้าหนี้มาเก็บดอก…
“นั่นเป็นแหวนพื้นที่ของผู้เฒ่าผิงแห่งตระกูลโอวหยางข้า เจ้ามิควร…”
โอวหยางหลัวก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วกล่าวออก
ทว่าก่อนที่นางจะทันได้กล่าวจบคำ ก็ถูกต้วนหลิงเทียนกล่าวตัดบทเสียก่อน “แหวนวงนี้เป็นสินสงครามของอี้เทียนสิง เช่นนั้นก็นับเป็นของๆมันแล้ว…ในเมื่อข้าเป็นคนฆ่าอี้เทียนสิง ของๆมันทั้งหมดล้วนต้องตกเป็นของข้า”
วาจาที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมา ทำให้โอวหยางหลัวถึงกับไร้คำพูด
พอนางลองคิดดูก็เหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ
“แม่นางโอวหยาง…หากข้าไม่ได้ช่วยเจ้าไว้ ไม่เพียงแต่ของพวกนี้จะเป็นของข้า กระทั่งแหวนพื้นที่เจ้าก็จะตกเป็นของข้าอีกวงเช่นกัน”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองโอวหยางหลัว ค่อยกล่าวเสียงเย็น
หลังจากกล่าวจบคำแล้วต้วนหลิงเทียนก็คร้านจะสนใจใยดีโอวหยางหลัวอีก เพียงออกเดินทางต่อทันที ย้อนกลับไปยังเส้นทางข้ามเขา