‘ข้าหวังว่าหากข้าทำแบบนี้ต่อไป มันจะเลิกอคติกับข้า และตราบใดที่ข้ามัดใจมันได้ ตระกูลโอวหยางเราย่อมสามารถเชื่อมสัมพันธ์กับขุมพลังที่อยู่เบื้องหลังมัน คราวนี้ตระกูลโอวหยางได้ทะยานฟ้าเป็นแน่! ต่อให้เป็นตระกูลซือถูก็ต้องถูกตระกูลโอวหยางเราย่ำเหยียบ!!’
ลูกตาโอวหยางหลัวเผยประกายวิบวับ ราวกับนางได้เห็นตระกูลโอวหยางลอยล่องขึ้นไปเหินค้างกลางฟ้า
เหตุผลที่นางคิดเช่นนี้ เพราะนางเชื่อว่าต้วนหลิงเทียนไม่เพียงแต่จะมาจากขุมพลังชั้น 7 เท่านั้น! ท่าทางฐานะของเขาในขุมพลังชั้น 7 จะไม่ธรรมดาอีกด้วย!!
หาไม่แล้วไหนเลยจะมีศาสตราเซียนที่จารึกอาคมเซียนระดับ 3 ดาวไว้ในครอบครอง ทั้งๆที่พลังฝึกปรือยังอยู่ในขอบเขตหลุดพ้นมนุษย์?
ครึ่งวันต่อมาต้วนหลิงเทียนที่เดินไปตามทางพลันตระหนักได้ว่าแรงโน้มถ่วงที่กระทำกับร่างของเขา มันลดทอนลงไปกว่าครึ่ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ‘ในที่สุดข้าก็หลุดพ้นจากสถานที่ผีสางนี่ได้สักที…’
สำหรับต้วนหลิงเทียนแล้ว ภูเขาจิ่วฉีนั้น…กล่าวว่าสถานที่ผีสางก็ไม่เกินเลย!
เพราะในที่แห่งนี้ ไม่เพียงแต่เขาต้องระวังสัตว์ร้ายที่อันตราย แต่ยังต้องคอยรับมือโอวหยางหลัว สตรีที่มีใจคดเคี้ยวอีกด้วย!
ดังนั้นหลังจากที่ออกจากภูเขาจิ่วฉีได้แล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ไม่รอช้าอะไร ก้าวเท้าเหยียบอากาศมุ่งขึ้นฟ้าแล้วเหินร่างจากไปโดยไม่กล่าววาจาใดแม้ครึ่งคำ
“อ๊ะ! ท่านรอผู้อื่นด้วย!!”