“หินเซียนที่ข้าเสนอให้เจ้าไม่ได้อยู่กับข้า…ตราบใดที่เจ้ายินดีปล่อยข้าไป ข้าพร้อมกล่าวสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้า ว่าข้าจะมอบหินเซียนให้เจ้าตามจำนวนที่เจ้าต้องการ!”
ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กล่าวบอกชายในชุดคลุมลมดำ
ลำพังตัวเขาเอง ย่อมไม่หวาดกลัวความตาย
หากแต่เมื่อต้องเผชิญห้วงเวลาคับขันถึงตายแบบนี้ ที่เขานึกถึงล้วนไม่ใช่ตัวเขาเอง
หากเขาตายไปแล้วคู่หมั้นทั้ง 2 จะอยู่อย่างไร? ลูกน้อยทั้ง 2 ที่ไม่รู้ลืมตาดูโลกแล้วหรือยังมิใช่ต้องกำพร้าบิดาโดยที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเห็นหน้าบิดาหรือ?
ดังนั้นเขาไม่อยากตาย
ตราบใดที่ยังมีความหวังหลงเหลือ เขาย่อมไม่ละทิ้งที่จะดิ้นรนหาทางรอด
เขาไม่ได้เหมือนตัวเขาในอดีตอีกต่อไปแล้ว
ในชีวิตที่แล้วแม้ความตายจะอยู่ตรงหน้า เขาก็สามารถเผชิญหน้ากับมันได้อย่างไม่ยี่หระ เพราะเขาเป็นดั่งหมาป่าเดียวดาย ที่เหลียวหลังมองไปไม่เห็นใคร ความตายจึงไม่นับเป็นอะไรกับเขา
ทว่าตอนนี้เขามีเรื่องที่ให้ห่วงหาและเป็นกังวลนัก
“ไอ้หนูเรื่องไร้สาระอย่าได้กล่าวให้มากความอีก…เจ้าคิดว่าพวกเราที่ทำการค้าเช่นนี้ จักไม่กล่าวคำสัตย์สาบานมาก่อนหรือไร?”
ชายชุดดำกล่าวเย้ย “ดังนั้นไม่ว่าเจ้าจะพล่ามอันใดต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ต่อให้เจ้ายินดีมอบหินเซียนระดับ 1 แก่ข้าสัก 10,000 ก้อนก็มิมีความหมาย..เพราะหากข้าตระบัดสัตย์ผิดคำสาบาน ข้าก็จะถูกอัสนีลงทัณฑ์พิฆาตร่างตายตก”