แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากมอบสถานะที่ชัดเจนกับพวกนาง แต่เขาไม่อาจให้ได้ เพราะพ่อแม่ของเขาไม่ได้อยู่ด้วย
บิดามารดาของสาวน้อยทั้งคู่ล้วนตกตายหมดแล้ว หากขาดไปจึงไม่นับว่าเป็นอะไร อย่างไรก็ตามบิดามารดาเขายังมีชีวิตอยู่ หากขาดไป…งานแต่งก็ถือว่าไม่สมบูรณ์
‘บางทีเผลอๆกว่าจะได้เจอท่านพ่อท่านแม่อีกครั้ง ลูกน้อยของข้าคงพูดได้แล้ว…ถึงตอนนั้นข้าเชื่อว่าทั้งสองคนต้องมีความสุขแน่ ที่ได้เป็นปู่ย่าโดยไม่รู้ตัว…’
รอยยิ้มบนใบหน้าต้วนหลิงเทียนยากจะหุบลงได้โดยง่าย
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนเดินยิ้มนั้น แน่นอนว่าเหล่าศิษย์ฝ่ายนอกทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความสงสัยในใจ
ไฉนศิษย์พี่ต้วนแลดูยิ้มแย้มอารมณ์ดีนักเล่า?
หรืออาวุโสป๋ายลี่มอบผลประโยชน์อันใดให้?
พอคิดถึงจุดนี้ใจทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉา อย่าวไรก็ตามพวกมันรู้ดีว่าแข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนาไม่ได้!
อีกทั้งต้วนหลิงเทียนเองก็เป็นคนที่พวกมันชื่นชม
“ฉงหู่ ช่วงนี้คนของหลิวฮ่วนมันได้มากวนใจอะไรพวกเจ้ารึเปล่า?”
เมื่อเจอฉงหู่อีกครั้ง ต้วนหลิงเทียนก็ถามออกไปทันที
“ศิษย์พี่ต้วน ตอนนี้ยังมีใครไม่รู้ว่าท่านเป็นศิษย์น้องของอาวุโสป๋ายลี่อีก? หลิวฮ่วนนั่นป่านนี้ไม่รู้ตกใจเตายไปหรือยัง! มันยังจะกล้ามาตอแยท่านอีกหรือ? ท่านได้ดีพวกเราเองก็พลอยได้อานิสงค์จากท่านมาด้วย!”
ฉงหู่ยิ้ม “จริงสิ ข้ายังมิได้แสดงความยินดีกับศิษย์พี่ต้วนเลย! ยินดีๆ!!”