ในขณะที่ใจป๋ายลี่หงยังเหม่อลอยอยู่นั้น เสียงต้วนหลิงเทียนพลันดังขึ้นดึงสติของมันกลับมาทันใด คนยังยืนขึ้นพร้อมยื่นดาบมาทางมัน “ศิษย์พี่ท่านลองใช้อาคมแสงเลื่อนลอยในดาบนี่ดูสิ ว่าผลของมันอ่อนด้อยลงรึเปล่า…”
“อะไร? เสร็จแล้ว?”
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียนป๋ายลี่หงแน่นิ่งไปพักหนึ่งด้วยความตกใจ ยังโพล่งถามออกมาตาปริบๆ
ต้องทราบด้วยว่าตัวมันหากคิดจะจารึกอาคมเซียนแสงเลื่อนลอยนั้น ยังต้องใช้เวลาไปกว่า 2 เค่อ
ทว่าศิษย์น้องของมันกลับทำสำเร็จได้ในเค่อเดียว!
ยังไม่ถึงครึ่งนึงของเวลาที่มันใช้ด้วยซ้ำ!
มันเป็นปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 3 ดาวนะ!
สูดลมหายใจเข้าลึกๆจนหน้าอกพองใหญ่ไม่ไม่กี่รอบ ป๋ายลี่หงก็ระงับอาการตื่นตระหนก รับดาบมาจากต้วนหลิงเทียนและเริ่มทดลองใช้อาคมแสงเลื่อนลอยบนดาบทันที
“มะ ไม่ลด…ผลกระทบมิได้ลดลง!!”
ป๋ายลี่หงหายใจถี่รัวกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก “เคล็ดวิชาจารึกอาคมช่างเป็นเคล็ดวิชาที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก…เสียดายที่ข้าคงไร้วาสนากับมันอย่างสิ้นเชิง พลังวิญญาณข้ามิได้มีมากมาย ทั้งยังไม่อาจควบคุมมันให้เชี่ยวชาญช่ำชองเช่นศิษย์น้องได้…”
การควบคุมใช้พลังวิญญาณนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของจิต!
ป๋ายลี่หงนั้น เห็นชัดว่ามันขาดพรสวรรค์เช่นนี้
ไม่เพียงแต่มันทำไม่ได้ เกรงว่าปรมาจารย์จารึกเซียนส่วนใหญ่ก็ทำไม่ได้
วาจาของป๋ายลี่หง ทำให้ต้วนหลิงเทียนใจชื้นขึ้นมาทันที