ตอนที่มันได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก มันถึงกับอ้าปากค้างสองตาโตเท่าลูกวัว
เห็นฉงหู่ตื่นเต้นคึกคัก ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มบางๆกล่าว “ฉงหู่ ครั้งสุดท้ายที่ข้าแวะไปหาเจ้าก็พบว่าเจ้าปิดด่านบ่มเพาะอยู่…ในเมื่อเจ้าออกมาแล้ว ข้าก็จะได้ส่งคะแนนอุทิศที่ครูฝากมาให้เจ้าเสียที”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว พร้อมยกมือขึ้นเรียกบัตรแก้วออกมา
“ศิษย์พี่ใหญ่ คะแนนอุทิศนั่นท่านเก็บไว้ใช้เองเถิด”
ฉงหู่ยิ้ม
“เจ้าแน่ใจเหรอว่าจะให้ข้าเก็บไว้? หรือเจ้าไม่คิดฝึกวรยุทธ์เซียนระดับมนุษย์โดดเด่นอะไรแล้ว? แล้วเจ้าจะเอาอะไรไปสู้หากหลิวฮ่วนส่งคนไประรานเจ้า?”
ต้วนหลิงเทียนมองจี้ถามฉงหู่ ทำให้มันอดไม่ได้ที่จะหน้าม้านไปทันที
ก่อนหน้านี้มันไม่ได้คิดอะไรให้ถี่ถ้วน
มันคิดเพียงว่าคะแนนอุทิศนี้หากอยู่ในมือต้วนหลิงเทียจะมีประโยขน์กว่าอยู่กับมัน
“ส่งบัตรมาเร็วๆ ลูกผู้ชายยังจะพิรี้พิไรทำอะไร มาเอาไปเสีย”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวด้วยความหงุดหงิดเมื่อเห็นทีท่าเหนียมอายของชายร่างใหญ่ปานหมีควาย
ฉงหู่ยิ้มเจื่อนๆค่อยส่งบัตรแก้วออกมา
อย่างไรก็ตามเมื่อมันเห็นจำนวนคะแนนอุทิศที่ต้วนหลิงเทียนถ่ายโอนมาให้ มันก็ตกใจจนร้องโพล่งออกมา “เฮ่ย ศิษย์พี่ต้วน นี่มิใช่แล้ว! ข้าจำได้ว่าท่านอาจารย์ฝากคะแนนอุทิศมาให้ข้าแค่ 20,000 แต้มมิใช่หรือไร..ไฉนท่านโอนมา 250,000 แต้มเล่า!?”