ด้วยรู้ดีว่าหลิวฮ่วนคงยากจะปล่อยคนของจวนเจือเมืองชงซันไปได้ง่ายๆ ต้วนหลิงเทียนจึงคิดตัดไฟแต่ต้นลม เร่งส่งเสริมให้ฉงหู่กับหลิวอวิ๋นมีกำลังมากพอ
และอีกเหตุผลหนึ่ง ก็เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้ฉงหู่กับหลิวอวิ๋นพาลประสบเคราะห์เพราะเขาเป็นต้นเหตุ
ป๋ายลี่หงกล่าวบอกไว้ว่าการจารึกอาคมเซียนลงบนสายเกาทัณฑ์จำต้องใช้เวลา 3 วัน เช่นนั้นใน 3 วันที่ต้องเฝ้ารอต้วนหลิงเทียน จึงไปขยันฝึกปรือบนชั้น 2 ของศาลาอุทิศอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
ช่วงที่เขาฝึกเป็นเวลา 9 วันในเจดีย์ โลกภายนอกก็ล่วงเลยไปครบ 3 วันพอดี
คราวนี้ต้วนหลิงเทียนไปยังคฤหาสน์ของป๋ายลี่หงด้วยตัวเอง
“เอ้านี่ ศาสตราเซียนของเจ้า”
ป๋ายลี่หงยื่นส่งเกาทัณฑ์ดับตะวันคืนให้ต้วนหลิงเทียน และมันรู้ดีว่าของใหม่จำต้องลอง จึงพาต้วนหลิงเทียนไปยังลานฝึกหลังคฤหาสน์ พอดีกันกับในลานนั้นมีหินใหญ่อยู่ก้อนนึง และมันมิใช่หินธรรมดาๆทั่วไป
“ด้วยพลังของเกาทัณฑ์เจ้า แม้จะมีอาคมเซียนทะลวงเกราะ…ข้าก็กลัวว่าจะไม่พอที่จะยิงทะลุหินก้อนนี้ได้”
เมื่อป๋ายลี่หงเห็นต้วนหลิงเทียนคิดใช้หินใหญ่เป็นเป้า ก็กล่าวเตือนออกมา
หินใหญ่ก้อนนี้เป็นหินที่ไม่ธรรมดาอยู่บ้างในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า เมื่อหลอมสกัดสายแร่โลหะที่แฝงในหินก้อนนี้ออกมา โลหะดังกล่าวสามารถเอาไปหลอมสร้างศาสตราเซียนได้!
แน่นอนว่ายังหลอมได้แค่ศาสตราเซียนระดับมนุษย์เท่านั้น