ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับทราบ ค่อยถามสืบต่อ “ว่าแต่พวกท่านรู้หรือไม่ว่าอาวุโสฟ่านเฉียนอาศัยอยู่ที่ไหน?”
หลังจากที่ได้รับทราบสถานที่ตั้งเรือนพักของอาวุโสฟ่านเฉียนจากผู้ดูแลทั้ง 2 คนแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ออกจากศาลาอุทิศ และเดินมุ่งหน้าไปยังฝ่ายใน
นี่นับเป็นครั้งแรกเลยจริงๆ ที่เขาก้าวเข้ามาเหยียบฝ่ายในของสำนักจันทร์จรัสแสง ตั้งแต่เขาเข้าสำนักมา
ความแตกต่างระหว่างฝ่ายในกับฝ่ายนอกของสำนักจันทร์จรัสแสงนั้น ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะ
ความบริบูรณ์ของพลังวิญญาณในฟ้าดินของฝ่ายในนั้น นับว่าเหนือกว่าฝ่ายนอกมากทีเดียว
และยิ่งเข้าไปลึกเท่าไรก็จะยิ่งสัมผัสได้ถึงความหนาแน่นของพลังวิญญาณฟ้าดินมากเท่านั้น ‘ดูเหมือนว่าจุดชีพจรวิญญาณ ทั้งสายแร่หินเซียนของสำนักจันทร์จรัสแสง จะอยู่ที่บริเวณใจกลางของสำนักงั้นสินะ…’
จุดนี้ต้วนหลิงเทียนย่อมเดาได้ไม่ยาก
เพราะยิ่งใกล้กับจุดชีพจรวิญญาณและสายแร่หินเซียนมากเท่าไหร่ พลังวิญญาณฟ้าดินก็จะยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้พื้นที่ของฝ่ายในนั้นมันช่างกว้างใหญ่ไพศาลนัก กว้างใหญ่อย่างที่ฝ่ายนอกไม่อาจเทียบได้เลย ถึงขั้นไม่อาจมองเห็นขอบเขตอีกฝั่ง
ตามคำแนะนำของผู้ดูแลทั้ง 2 ต้วนหลิงเทียนก็มาถึงพื้นที่ส่วนตะวันออกของฝ่ายใน
นี่เป็นสถานที่พักอาศัยของเหล่าผู้อาวุโสฝ่ายใน มีคฤหาสน์อันกว้างใหญ่ตั้งเรียงรายราวกับสัตว์ร้ายตัวเขื่องหมอบซุ่ม