“สมแล้วที่เป็นศิษย์พี่เฮ่อจงที่ข้าชื่นชม! พวกเจ้าดูเองเถอะว่าจิตใจศิษย์พี่เฮ่อจงกว้างขวางเพียงใด มิเหมือนศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนที่พวกเจ้านับถือสักนิด! แรกพบศิษย์พี่เฮ่อจงก็ประพฤติตัวก้าวร้าว จิตใจคับแคบมิรู้สัมมาคารวะ ยังกล้าเถียงคำข้างๆคูๆน่าตายนัก!!”
ไม่ทราบศิษย์สตรีที่ชื่นชมเฮ่อจงคนไหนตะโกนเปิดประเด็นออกมา
“ก้าวร้าว? จิตใจคับแคบ? เพ่ยๆๆ! นี่ล่ะความองอาจของศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน! พวกเจ้ามันโง่เขลาเกินกว่าจะเข้าใจ ในเมื่อศิษย์พี่ต้วนกล่าวออกมาเช่นนี้ หมายความว่าท่านต้องมั่นใจว่าจักชนะศิษย์พี่เฮ่อจงของพวกเจ้า และกลายเป็นศิษย์พี่!!”
ศิษย์สตรีฝ่ายนอกที่อยู่ข้างต้วนหลิงเทียนก็ตะโกนตอบคำกลับไป
ลูกตาต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหรี่ลง มุมปากยังแสยะยิ้มออกมา
หากเขาไม่รู้จัก ‘ตัวตน’ ของเฮ่อจง ไม่แน่ว่าเขาอาจถูกรอยยิ้มเสแสร้งและความเป็นมิตรของมันหลอกเอาได้!
อย่างไรก็ตามตอนนี้ในใจเขาอดไม่ได้ที่จะเพิ่มความระแวดระวังขึ้นหลายส่วน
เฮ่อจงสามารถแบกรับการเสียหน้ากล้ำกลืนความอัปยศ ทั้งยอมถอยคล้ายเผยธาตุอ่อนแอแบบนี้ เห็นได้ชัดว่ามันมากเล่ห์นัก คนพรรค์นี้พอได้ทีเห็นศัตรูผ่อนปรนคลายการระวังเมื่อไหร่ล่ะก็ เกรงว่ามันคงชิงลงมือดั่งสายฟ้าฟาด!!
‘ทัพมาจัดทัพสู้ น้ำมาก่อทำนบกั้น…ข้าหวังว่ามันจะรู้ความ ว่าข้าต้วนหลิงเทียนไม่ใช่พลับสุกให้มันบีบเล่นได้ง่ายๆ!’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าว