“หากเป็นท่านผู้เฒ่าพยากรณ์ตัวจริง เช่นนั้นวาจาของท่านก็มิควรแปลกปลอม…มหาวาสนาที่กระทั่งท่านผู้เฒ่าพยากรณ์ยังมิอาจหยั่งถึงเช่นนั้นหรือ? ดูเหมือนว่าเทียนเอ๋อต้องพบพานวาสนาและโชคชะตาที่มิเหมือนผู้ใดในทวีปเมฆาล่องเป็นแน่…”
รอยยิ้มหายากพลันคลี่กางบนใบหน้าลี่หลัว
“ฮ่าๆๆ…ลูกชายของข้าต้วนหรูเฟิงทั้งคน ย่อมมีโชคชะตาและวาสนาอันประเสริฐ…! กล่าวไปแล้วก็มีคำว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นอยู่มิใช่รึ!?”
ต้วนหรูเฟิงกล่าวพร้อมหัวเราะ
“ฮึ! ท่านมิอายหรือไรที่กล่าวอวดออกมาเช่นนี้ ยังกล้าพูดถึงวาสนาโชคชะตาอันใดของท่านอีกหรือ? ข้าจำได้ว่าจนถึงทุกวันนี้พอท่านนึกย้อนไปในเรื่องราววันนั้น ท่านยังอดมิได้ที่จะหลั่งเหงื่อเย็นเยียบด้วยซ้ำ หากมิใช่เพราะมีผู้คนทำลายดวงจิตหลักของผู้ฝึกมารอันใดนั่นจนแตกสลาย ป่านนี้ท่านคงยังมิอาจควบคุมร่างกายตัวเองได้สมบูรณ์มิใช่หรือไง…”
ลี่หลัวพ่นลม กล่าว
ต้วนหรูเฟิงพอได้ยินก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ จนด้วยคำพูดไปพักหนึ่ง
“ว่าแต่ชิ่งหรู กับว่าที่ลูกสะใภ้ทั้ง 2 ของพวกเราเป็นอย่างไรบ้างเล่า?”
พอคิดถึงสตรี 3 คนที่ติดตามมาด้วยลี่หลัวจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมา
“ทั้ง 3 คนนั้น นอกจากชิ่งหรูที่มีพรสวรรค์แต่กำเนิดมิค่อยดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปี้เหยาหรือเซี่ยวหลันนับว่ามีพรสวรรค์มิเลวเลย…อีกไม่เกิน 1 ปีด่านพลังฝึกปรือของปี้เหยากับเซี่ยวหลันต้องทะลวงผ่านได้อีกครั้งเป็นแน่”
ต้วนหรูเฟิงยิ้มกล่าว