ศาลานี้พิกลนักเพราะมันไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดิน หากแต่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ! ด้านล่างศาลาเป็นทะเลสาบกระจ่างเต็มไปด้วยมัจฉามากมายทั้งใหญ่น้อย บรรยากาศสงบร่มรื่น ผิวทะสาบเองก็มีม่านเมฆหมอกลอยต่ำบางๆ ยามไร้สายลมพัดพา บังเกิดเป็นทิวทัศน์พาลให้ใจสงบนัก
ในศาลาหลังนี้ปรากฏร่างหนึ่งชายหนึ่งหญิงนั่งตรงข้ามกันบนเก้าอี้ของชุดโต๊ะหินอ่อน
บนโต๊ะหินอ่อนมีสุราอาหารมากมายจัดวางไว้ แลดูสวยงามน่ารับประทานไม่น้อย
อนิจจาแต่ยามนี้ใจของหนึ่งบุรุษสตรีไม่คล้ายจะอยู่ที่อาหารเลิศรสเหล่านี้เลย
กล่าวให้ชัดตอนนี้ทั้งคู่คล้ายตกอยู่ในภวังค์คิด
“หลัวเอ๋อ…เจ้าคิดถึงเทียนเอ๋ออีกแล้วหรือ?”
ชายหนุ่มค่อนไปทางชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลา อันมีโครงหน้าละม้ายคล้ายต้วนหลิงเทียนหลายส่วน กล่าวถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พี่เฟิง…นี่มันก็หลายปีแล้ว ไฉนเทียนเอ๋อยังมามิถึงอีกเล่า? ใช่เกิดเรื่องอันใดกับลูกหรือไม่?”
สตรีนางนี้มิใช่ใครที่ไหน ที่แท้เป็น ‘ลี่หลัว’ มารดาของต้วนหลิงเทียนนั่นเอง…