อี้หนันที่ได้ยินวาจาถ้อยคำหยันหยามของต้วนหลิงเทียน เดิมทีอาการมันก็มิสู้ดีอยู่แล้ว เลือดลมพลันปั่นป่วนกระอักโลหิตออกมาคำใหญ่อีกรอบ สุดท้ายก็ทนพิษบาดแผลกับโทสะไม่ไหวเป็นลมสิ้นสติไป…
มองส่งจนแผ่นหลังของต้วนหลิงเทียนหายลับไปกับตา ศิษย์ฝ่ายในที่มาชมดูการต่อสู้ค่อยได้สติกลับคืนเข้าร่าง พวกมันต่างหันมองสบตาแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนอื่นๆทันที
“ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ฝ่ายนอกมีศิษย์ร้ายกาจขนาดนี้?”
“ศิษย์ฝ่ายนอกผู้นั้นกลับเอาชนะอี้หนันได้ง่ายดายเพียงนี้…สมควรเป็นยอดฝีมือแนวหน้าของศิษย์ฝ่ายนอก และต้องเป็นผู้ที่ติดอันดับในรายนามปฐพีเป็นแน่! ในฝ่ายนอกสมควรมีเพียง 5 คนที่มีพลังฝีมือระดับนี้”
“เจ้าผิดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงสี่! เฝิงฟ่านนั่นตกตายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว!”
“ข้าไม่ผิด เฝิงฟ่านนั่นถูกฆ่าตายไปแล้วเช่นนั้นตำแหน่งมันก็ต้องถูกแทนที่..เจ้าอย่าได้ลืมไป ว่าหลังจากที่ฆ่าเฝิงฟ่านแล้ว ศิษย์ฝ่ายนอกอันร้ายกาจที่พึ่งมีชื่อเสียงขึ้นมาเมื่อเร็วๆนี้ ก็ต้องขึ้นมาแทนที่อันดับในรายนามปฐพีของเฝิงฟ่าน!!”
“ใช่ๆ ดูเหมือนศิษย์ฝ่ายนอกที่ร้ายกาจนั่นจักเรียกว่าต้วนหลิงเทียน!”
……
ศิษย์ฝ่ายในเริ่มสนทนากันระงม ไม่นานทั้งหมดก็นึกถึงนามที่เป็นที่กล่าวขานอยู่ช่วงนี้
“เฮ่ เมื่อกี้พวกเจ้าบอกว่า…ศิษย์ฝ่ายนอกผู้นั้นคือต้วนหลิงเทียนงั้นเหรอ?”
ทันใดนั้นมีเสียงไถ่ถามเสียงหนึ่งดังขึ้น