“ท่านอาจารย์ ตอนที่ข้าไปรับตัวศิษย์น้องซูฉีเมื่อกว่าครึ่งปีที่แล้ว ข้าเองก็เห็นมันเช่นกัน…ทว่าวันนั้นข้าไม่รู้ถึงศักยภาพพรสวรรค์ของมัน หาไม่แล้วข้าคงพามันกลับมาให้ท่านอาจารย์แต่แรก…”
โจวฉีติดตามหลิวฮ่วนมานานหลายปี วาจาใดควรกล่าวและวาจาใดพึงใจอีกฝ่ายมันย่อมรู้ดี
ทว่าความในใจของมันนั้น…ครึ่งปีที่แล้วหากมันรู้แต่แรกว่าต้วนหลิงเทียนมีพรสวรรค์ขนาดนี้ มันจะฆ่าอีกฝ่ายเสียให้ตายตั้งแต่ที่จวนเจ้าเมืองชงซัน!
มันรู้สึกเสียใจทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ อนิจจาโลกหล้าไร้โอสถรักษาอาการเสียใจ
ดั่งคาด พอได้ยินวาจาประจบสอพลอของโจวฉี สีหน้าของหลิวฮ่วนก็แลดูผ่อนคลายลงไม่น้อย อย่างไรก็ตามประกายตาของมันกลับทวีความคมกล้าขึ้น “ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าฟางฮุ่ยนั่นจักมีวาสนาเลิศล้ำถึงเพียงนี้..! กลับสรรหาศิษย์มากพรสวรรค์ทั้งมีศักยภาพเด่นล้ำเช่นนี้ได้ถึง 2 คน นี่มันทำบุญด้วยอะไรกันแน่?”
กล่าวถึงท้ายประโยค แววตาหลิวฮ่วนก็ทอประกายอำมหิตขึ้นมา “ตอนแรกที่ข้าไว้ชีวิตมันเพราะคิดว่าชั่วชีวิตนี้มันคงมิมีหนทางพลิกฟื้นคืนกลับ…แต่ดูเหมือนจะเป็นข้าที่ผิดพลาดไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนนั่นมิต่างใดกับหอกข้างแคร่แม้เพียงนิด หากปล่อยให้มันเติบโตขึ้นไปกว่านี้ มิแคล้วสักวันต้องกลายเป็นภัยต่อข้าแน่!”
“ท่านอาจารย์ เช่นนั้นท่านให้ข้ามุ่งหน้าไปเมืองชงซันแล้วฆ่าฟางฮุ่ยนั่นเลยดีหรือไม่?”
โจวฉีกล่าวถาม
“ไม่”