หลังจากที่โจวฉีหันหลังเดินจากไป สีหน้าหลิวฮ่วนที่เต็มไปด้วยความเมตตาอาลัยก่อนหน้า ก็กลายเป็นเฉยเมยไร้แยแส มองแผ่นหลังที่หายลับไปของโจวฉีอย่างไร้อารมณ์
หลังจากนั้นมันก็ไปหาซูฉี
ทันทีที่มันได้พบซูฉี สีหน้าเย็นชืดเมื่อครู่ ก็แปรเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มเต็มไปด้วยความพึงใจ
“ท่านอาจารย์ ดึกดื่นป่านนี้ไฉนถึงมาหาข้าได้?”
ใบหน้าซูฉีเผยความงุนงงไม่น้อย
“ซูฉี ก่อนที่เจ้าจะออกจากจวนเจ้าเมืองชงซัน เจ้ารู้เรื่องศิษย์ของฟางฮุ่ยที่ชื่อว่าต้วนหลิงเทียนบ้างหรือไม่?”
หลิวฮ่วนเปิดประตูเห็นภูผากล่าวถาม
“ข้าพอรู้อยู่บ้าง”
ซูฉีพยักหน้า “อย่างไรก็ตามต้วนหลิงเทียนผู้นั้นหยิ่งยโสนัก! เพียงเรียกหาฟางฮุ่ยว่าครู แต่ไม่นับถือเป็นอาจารย์…ทว่าอย่างไรเสียมันก็เป็นอัจฉริยะจากทวีปมนุษย์เหมือนกันกับข้า แน่นอนว่าศักยภาพและพรสวรรค์ของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าเลย”
“หืม? มันมาจากทวีปมนุษย์ด้วยอย่างงั้นรึ?”
หลิวฮ่วนหยีตากล่าวถามออกมาทันที “ซูฉี แล้วมันมาจากทวีปเดียวกับเจ้าหรือไม่?”
“ไม่”
ซูฉีส่ายหัวไปมา “พวกเรามาจากทวีปมนุษย์คนละทวีป”
“ดูเหมือนว่าข่าวลือจักเป็นจริง…ยอดฝีมือจากทวีปมนุษย์ล้วนมีอัจฉริยภาพเหนือผู้คนธรรมดาในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า อีกทั้งพรสวรรค์ที่มียังน่ากลัวดั่งฟ้าประทาน…”
หลิวฮ่วนกล่าวพึมพำ
“ท่านอาจารย์มีเรื่องอะไรหรือ ไฉนอยู่ดีๆถึงได้ถามถึงมันเล่า?”
ซูฉีกล่าวถามด้วยสงสัย