ไม่ต้องถามอันใดให้มากความสืบไป ‘ความเป็นจริง’ ที่บังเกิดขึ้นกะทันหันปานอัสนียามแล้งนี้ นับว่าเป็นการตอบคำถามของต้วนหลิงเทียนต่อ ‘เติ้งเหว่ย’ และศิษย์ฝ่ายนอกทั้งหมดอย่างกระจ่าง
“เป็นไปได้ยังไงกัน?!”
หลังจากทราบข่าวนี้ เติ้งเหว่ยเองก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ทันที
มันไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าต้วนหลิงเทียนจะมีปัญญายืมมืออาวุโสตงฟาง ให้มาเป็นสักขีพยานและคอยจัดการ ‘โต๊ะพนัน’ ที่ต้วนหลิงเทียนเป็นเจ้ามือได้แบบนี้
อย่างไรก็ตามไม่นานใบหน้าของมันก็เผยยิ้มแสยะหยันหยามออกมาอีกครั้ง “เจ้าเชิญผู้อาวุโสตงฟางมาได้แล้วจะอย่างไร? สุดท้ายเจ้าก็ยังต้องตกตายกลายเป็นผีคามือเฝิงฟ่านอยู่ดี!!”
ภายในบ้านเดี่ยวพร้อมลานว่างหลังหนึ่งของฝ่ายนอก…
“ต้วนหลิงเทียน ข้าหวังว่าเจ้าจักไม่ตกตายภายในน้ำมือของเฝิงฟ่านอะไรนั่นใน 3 วันหลังจากนี้หรอกนะ…เพราะชีวิตของเจ้าเป็นของ ข้า เยี่ยหมานคนนี้คนเดียว!!”
เยี่ยหมานที่นั่งบนโต๊ะหินอ่อน หมุนจอกสุราในมือครึ่งรอบ กล่าวพึมพำเสียงเย็น
ในลูกตายังฉายประกายเย็นเยือกวาวโรจน์ออกมา ปานดารากลางฟ้าค่ำคืน
เช้าวันต่อมาลานฝึกซ้อมก็นับว่าคึกคักเปี่ยมชีวิตชีวานัก
ศิษย์ฝ่ายนอกทั้งหลายตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ เพื่อรอแทงเดิมพันกับต้วนหลิงเทียนทีละคนๆ ต่างยื่นบัตรแก้วมาถ่ายโอนคะแนนอุทิศและประทับรอยนิ้วมือในสัญญาเดิมพันที่จะเกิดในอีก 2 วันหลังจากนี้อย่างลื่นไหล