งพาได้จริงๆ” หวันเหยียนสือซานหัวเราะเสียงดัง จากนั้นนั่งลงข้างโต๊ะ “เดิมทีข้าอยากมาบอกลาเจ้า เห็นทีพวกเจ้าจะไปเร็วกว่าข้าเสียอีก”
“ท่านจะไปแล้วหรือ กลับโลกเบื้องบนใช่หรือไม่” เฟิ่งจิ่วถาม
“อืม ครั้งนี้ข้าเป็นตัวแทนตระกูลนำของขวัญมามอบให้เจ้า ตอนนี้จัดการธุระเสร็จแล้วจำต้องกลับไปรายงาน อีกทั้งไม่ได้กลับไปนานแล้ว ต้องกลับไปดูสักหน่อย” หวันเหยียนสือซานพูด ก่อนจะมองนางแล้วพูดอีกว่า “ข้าได้ยินเชียนหวาบอกว่านางจะกลับโลกเบื้องบนแล้วเช่นกัน นางจะตามจวินเจวี๋ยซางกลับไป”
ครั้นได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มออกมาทันที “พี่สาวข้ากับจวินเจวี๋ยซางเป็นเช่นนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไรจะคืนดีกันได้ แต่อีกไม่นานก็จะคลอดบุตรแล้ว ทุกอย่างต้องต่างไปจากเดิมแน่”
“ไม่แต่งงานแต่มีบุตรก่อน ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ส่งผลดีสักเท่าใดนัก ข้ากลับไปแล้วจะโน้มน้าวนาง ให้นางยอมอ่อนข้อบ้างก็ใช้ได้แล้ว บุตรของนางจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ส่วนจวินเจวี๋ยซางนั้นไม่เลวเลยจริงๆ หึๆ แม้เขาจะอายุมากกว่านางโข ชราอยู่บ้าง แต่สามีแก่ภรรยาเด็ก ก็นับว่าเหมาะสมกันพอดี ฮ่าๆๆๆ!”
สองคนคุยกันอยู่ในลานพักหนึ่ง ก่อนที่หวันเหยียนสือซานจะลุกขึ้นกล่าวลา