มีประมุขบัวดำคอยช่วยเหลือ พวกเขาต้องไม่กล้าเหิมเกริมแน่นอน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ประมุขบัวดำเพียงยกน้ำชาตรงหน้าขึ้นจิบคำหนึ่ง “ข้าได้ยินมาว่าพวกเขากำลังจะแต่งงานกัน? ไม่ทราบว่าประมุขเทียมฟ้ามีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร”
“พวกเฟิ่งจิ่วมีความสัมพันธ์อันดีกับประมุขเสวียนอู่อยู่บ้าง นอกจากนี้บุตรชายของประมุขเสวียนอู่ก็เป็นบุตรบุญธรรมของเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อด้วย หากลงมือกับพวกเขา ประมุขเสวียนอู่ไม่มีทางนิ่งดูดายเป็นแน่ พวกเขาทั้งสามคนเป็นผู้แข็งแกร่งในระดับราชันเทพ ข้าไม่กล้าประมาทจริงๆ ข้ามองว่าต่อให้อยากลงมือกับพวกเขา ก็ไม่อาจเลือกเวลาตอนที่พวกเขาแต่งงานกันได้”
พอประมุขเทียมฟ้าพูดถึงพวกเฟิ่งจิ่ว จิตสังหารเย็นชาในดวงตาย่อมไม่อาจปิดบังไว้ได้ แม้เขาจะไม่อยากเห็นพวกเขาทั้งสองแต่งงานกันแค่ไหน กลับจำต้องพูดว่าไม่สามารถลงมือในงานได้โดยสิ้นเชิง
หากเลือกลงมือในเวลานั้น ก็เท่ากับว่าไม่มีหัวคิดเกินไปแล้ว
“ในเมื่อไม่เหมาะจะลงมือในเวลานั้น มิสู้เลือกลงมือหลังจากพวกเขาแต่งงานได้ครึ่งเดือนแล้วเป็นอย่างไร ตอนนั้นคนที่ไปร่วมอวยพรน่าจะกลับไปกันหมดแล้ว” ประมุขบัวดำกล่าว สายตาเยือกเย็นทอประกายดำมืด ไม่รู้เช่