องไปที่กล่องนั้นเช่นกัน แค่มองก็ไม่อาจละสายตาไปได้แล้ว
เฟิ่งจิ่วมองกล่องนั้นถูกเปิดออก ทันใดนั้นกระแสแสงส่องออกมาจ้าตา ทำให้ตรงหน้านางพร่าเลือนไปเล็กน้อย แม้ไม่ได้ยกชุดแต่งงานขึ้นมา แต่แค่มองเช่นนี้ก็รู้ถึงความงดงามต้องตาของชุดแต่งงานชุดนี้แล้ว
นี่เกินกว่าขอบเขตของชุดแต่งงานแล้ว เรียกได้ว่าเป็นอาภรณ์เซียนที่งามตาพร่างพราว สีแดงเจิดจ้าและสีทองของความสูงส่งขับเน้นกันและกัน งดงามเสียจนไม่อาจละสายตาได้
ฮุยหลางเห็นความประหลาดใจในแววตาเฟิ่งจิ่ว รวมถึงความปีติบนใบหน้านาง รอยยิ้มบนนั้นลึกล้ำขึ้นอีกหลายส่วน เขาพลันลำพองใจเตรียมจะเอ่ยวาจา ทว่ากลับได้ยินเสียงของซั่งกวนหวั่นหรงดังมาจากข้างหลังเสียก่อน
“เสี่ยวจิ่ว ข้าได้ยินว่าโม่เจ๋อให้ฮุยหลางส่งชุดแต่งงานมาให้เจ้า เป็นชุดแต่งงานแบบไหนกัน” ซั่งกวนหวั่นหรงมีสาวใช้สองคนติดตามมาด้วย กำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
“ฮูหยิน” ฮุยหลางกับเหลิ่งซวงเห็นนางแล้วก็รีบคารวะ ทักทายเสียงหนึ่ง
ซั่งกวนหวั่นหรงบอกให้ทั้งสองคนไม่ต้องมากพิธี ก่อนจะเดินไปข้างหน้า
“ท่านแม่” เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปจูงมือนาง ยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านแม่มาได้เวลาพอดีเลย ฮุยหลางเพิ่งนำชุดแต่งงานมาให้