าง ทันใดนั้นฝีเท้าพลันชะงักกึก นางเงยหน้ามองไปยังที่หนึ่ง กลับเห็นความดำมืดผืนหนึ่งในป่า ทว่ากลับไม่เห็นใคร
“ในเมื่อมาแล้ว เหตุใดไม่ออกมา” เฟิ่งจิ่วถาม สายตามองไปยังตรงนั้น จนกระทั่งมองเห็นเงาร่างสายหนึ่งเดินออกมาจากหลังต้นไม้ นัยน์ตานางฉายแววประหลาดใจทันที
“เป็นเจ้า?” เฟิ่งจิ่วมองผู้มาเยือนอย่างคาดไม่ถึง ที่แท้เป็นอี้ซิวหรั่นที่ไม่ได้พบกันมาหลายปี
“ชิ ไม่คิดเลยว่าเจ้ายังจำข้าได้!” อี้ซิวหรั่นกอดอก ถูกนางพบเข้าแล้วตนย่อมไม่หลบเลี่ยง เดินเข้าไปหานาง แววตาซับซ้อนจับจ้องอยู่ที่ร่างนาง
ไม่พบกันหลายปี คิดไม่ถึงเลยว่าจะเติบใหญ่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เขาในตอนนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง นางในตอนนี้ยิ่งทำให้เขาต้องแหงนหน้ามอง มีเพียงบุรุษคนนั้นถึงจะคู่ควรยืนเคียงข้างนางดังคาด
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นางไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยในอดีตอีกต่อไป รอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติของนางจริงใจขึ้นหลายส่วน “ในเมื่อมาแล้ว เช่นนั้นก็อยู่ดื่มสุรามงคลเป็นอย่างไร!”
อี้ซิวหรั่นฟังแล้วเงียบไป ถามว่า “เหตุใดเขาไม่กลับมากับเจ้า หลายปีมานี้เจ้าสบายดีหรือไม่”
“โม่เจ๋อหรือ เขายังมีธุระต้องจัดการ เดี๋ยวก็มาแล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้ม กล่าวว่า “หลายปีมานี้ข้าสบายดี