่นไม่ต่างกับสร้างความอับอายให้ หากไม่โมโหขึ้นมาสิน่าแปลก
“เขาคิดแย่งลูกของข้า!”
หวันเหยียนเชียนหวากล่าวด้วยสีหน้าไม่น่ามอง คิดถึงสายตาตอนเขามองท้องนางเมื่อครู่ นางยื่นมือไปลูบท้องตนเองอย่างอดไม่ได้ ในดวงตาปรากฏแววมุ่งมาด “เด็กคนนี้เป็นของข้า! ข้าอย่าได้คิดแย่งไปเลย!”
ครั้นฟังแล้ว เฟิ่งจิ่วชะงักไป จากนั้นยิ้มกล่าวว่า “ท่านพี่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว เขาไม่ได้จะแย่งลูกของท่าน”
พูดจากมุมของจวินเจวี๋ยซาง เขาไม่มีทางแต่งให้สตรีคนใดเพราะเด็กคนหนึ่ง เขาเอ่ยปากขอนางแต่งงาน นั่นเพราะสตรีที่ตั้งครรภ์ลูกของเขาคือนาง หวันเหยียนเชียนหวา
ทว่าหวันเหยียนเชียนหวาในตอนนี้ไม่สนใจคำพูดของเฟิ่งจิ่ว เนื่องจากนางรู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกว่าหากจวินเจวี๋ยซางต้องการแย่งลูกกับนาง นางอาจไม่ชนะเขาก็เป็นได้
ดังนั้นนางคิดแล้วจึงถามเฟิ่งจิ่วด้วยความเป็นกังวล “อาจิ่ว เจ้าว่าข้าต้องถือโอกาสนี้หนีไปหรือไม่ ข้ากังวลจริงๆ ว่าเขาจะแย่งลูกของข้า”
เฟิ่งจิ่วพลันปลอบใจนาง “ท่านพี่ วางใจเถอะ เขาไม่มีทางแย่งลูกของท่าน ท่านไม่จำเป็นต้องกังวล พลังของเขาไม่ได้แกร่งไปกว่าข้า หากเขากล้าแย่งลูกของท่าน ข้าไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่”
……….