ฟิ่งจิ่วรับมาดูแลต่อ ให้คนปลูกดอกท้อที่ออกดอกบานไปทั่วทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ดอกท้อที่นั่นจึงงดงามตลอดเวลา ทุกคนที่ไปที่นั่นล้วนเดินเล่นในเวิ้งสวนท้อรอบหนึ่ง เหมาะกับบุรุษและสตรีที่รักใคร่กันโดยเฉพาะ”
เมื่อพูดออกมา กวนสีหลิ่นชะงักงันไปอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะเงยหน้ามองจวินเจวี๋ยซางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทันใดนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเก้ๆ กังๆ
“เอ่อ คือว่า ฮ่าๆ…”
จบแล้ว เขาพูดถึงเวิ้งสวนท้อโดยไม่รู้ตัว หวันเหยียนเชียนหวาอยู่ที่นั่น หากเขาไปแล้ว เช่นนั้น…
“เวิ้งสวนท้อ?” จวินเจวี๋ยซางคิดถึงสามพยางค์นี้ จากนั้นมองกวนสีหลิ่น ถามว่า “มันอยู่ที่ไหน”
หลังจากเห็นสีหน้าของกวนสีหลิ่น จวินเจวี๋ยซางลุกขึ้นยืนอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร ข้าจะไปตามหาเอง” พูดจบเขาก็หมุนกายเดินไป
คนในจวนไม่พูด แต่ไปถึงข้างนอกจวนแล้ว ขอเพียงหาใครสักคนมาถามความ ย่อมรู้ว่าเวิ้งสวนท้ออยู่ที่ไหน
เห็นจวินเจวี๋ยซางหมุนกายไปแล้ว กวนสีหลิ่นร้อนใจอยู่บ้าง กังวลว่าตนเองจะก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้วจึงรีบร้อนไปที่เรือนของเฟิ่งจิ่ว “เสี่ยวจิ่ว เสี่ยวจิ่ว!”
เฟิ่งจิ่วกำลังนอนตากแดดอยู่บนตั่งนุ่ม ตอนได้ยินเสียงเขาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ถามด้วยท่าทางงัวเง