ยงที่ติดขัดในลำคอไม่อาจเปล่งออกมาได้ ในที่สุดก็สามารถเปล่งออกมาเสียที ปราณวิญญาณทั่วร่างกายเอ่อท้นตามขึ้นมา
“แค่กๆ!”
ผู้นำตระกูลกู้ไอสองเสียง เช็ดเลือดที่มุมปาก เขาผ่อนลมหายใจออกมา ก่อนจะรู้สึกว่าสบายตัวขึ้นมากแล้ว ทันใดนั้นก็ประสานมือกล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “ขอบคุณภูตหมอ หากไม่ได้พบท่านในครั้งนี้ เกรงว่าพวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรดี”
เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องขอบคุณหรอก นั่งลงก่อนเถอะ! ข้าอยากฟังพวกเจ้าเล่า ว่าเหตุใดพวกเจ้ามีสภาพเช่นนี้ได้” นางพูดพลางมองไปทางชั้นสอง เห็นพวกเขาล้วนจ้องมองทางนี้อยู่ จึงกล่าวกับเหลิ่งซวงที่อยู่ข้างๆ ว่า “หลงจู๊บอกว่าแขกพวกนั้นจะออกจากโรงเตี๊ยมวันนี้ไม่ใช่หรือ”
ฟังแล้วเหลิ่งซวงมองไปทางชั้นสองเช่นกัน นางก้าวขึ้นไปบนชั้นสอง “ทุกท่าน เชิญเถอะ!”
เมื่อเห็นดังนั้น แขกพวกนั้นก็รู้ว่าพวกเขามีธุระจะหารือกัน ไม่อาจรั้งอยู่ที่นี่ต่อได้จึงไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงกดกลั้นความตื่นตะลึงในใจและเก็บข้าวของออกจากโรงเตี๊ยมไป
……….