้า ตามเหลิ่งหวาไปทางข้างหลัง
“เหลิ่งซวง เจ้าไปซื้อเสื้อผ้ากลับมาให้พวกเขาหน่อยเถอะ! ฉินซินไปสั่งหลงจู๊ ให้เขาจ้างคนเพิ่มหน่อย แล้วก็ให้พวกเขาเตรียมอาหาร ไปเชิญหมอมาสักสองสามคนด้วย จะได้ช่วยพวกเขาทำแผล”
เฟิ่งจิ่วสั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้พวกนางไปจัดการตามนั้น ก่อนนางจะนั่งลงข้างโต๊ะ
“เจ้าค่ะ” สองคนตอบรับก่อนจะเดินไป
“มองแล้วเหมือนจะคุ้นตาอยู่บ้าง แต่จำไม่ได้ว่าเป็นใคร” กวนสีหลิ่นเอ่ย มองบุรุษร่างสูงใหญ่คนนั้นพลางครุ่นคิด
“เป็นกู้เซียงอี๋ คนที่มอบสมุนไพรวิญญาณหอโอสถสวรรค์ให้พวกเรา ไม่รู้ว่าเขามีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร พลังปราณในร่างกายถูกผนึกไว้ทั้งหมด อีกทั้งยังพูดไม่ได้ คนในตระกูลทั้งเด็กและชราถูกส่งมาเป็นเชลยที่นี่” เฟิ่งจิ่วพูด หยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “โชคดีที่เหลิ่งซวงพบเข้าแล้วจำได้”
หากไม่ใช่เพราะเหลิ่งซวงพบเข้าแล้วจำได้ นางอาจจะแค่เดินผ่านพวกเขาไป และไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้าง
ฟังดังนั้นแล้วกวนสีหลิ่นพลันอึ้งงันไป “กู้เซียงอี๋? หากเจ้าไม่พูดข้าก็จำไม่ได้นะเนี่ย!”
……….