อร์แล้วเอ่ยกับกวนสีหลิ่นและโม่เฉิน “พวกเจ้าดื่มชาสักพักก่อนเถอะ! พวกข้าจะไปพบแขกข้างหน้า”
“ไปเถอะ!” สองคนพยักหน้า
เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วพาห้าวเอ๋อร์ออกจากเรือนไปแล้ว โม่เฉินค่อยถามกวนสีหลิ่นว่า “ประมุขเสวียนอู่มาได้อย่างไร พวกเขารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร”
กวนสีหลิ่นยิ้ม “ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยพบกัน อีกทั้งยังไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เล่ากันว่าประมุขเสวียนอู่เป็นบิดาแท้ๆ ข้าคิดว่าพวกเขาคงมารับห้าวเอ๋อร์กลับไป”
เขากล่าวพลางส่ายหน้าแล้วถอนใจ “แต่ห้าวเอ๋อร์เติบใหญ่อยู่ข้างกายเสี่ยวจิ่ว ไม่เคยพบบิดามารดาผู้ให้กำเนิดมาก่อน หากวันนี้ต้องตามกลับไป ข้าคิดว่าเขาคงตัดใจจากเสี่ยวจิ่วและโม่เจ๋อไม่ได้แน่!”
ฟังคำพูดเหล่านั้นของกวนสีหลิ่นแล้ว โม่เฉินรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าบิดามารดาแท้ๆ ของเด็กคนนั้นก็คือประมุขเสวียนอู่ เฟิ่งจิ่วต่างหาก นางจะตัดใจปล่อยให้เด็กที่เลี้ยงดูมานานห้าหกปีกลับไปกับพวกเขาได้หรือไม่?
“โม่เฉิน ข้ารู้จักเจ้ามาหลายปีแล้ว กลับไม่เคยเห็นเจ้ามีสตรีอยู่ข้างกาย หลายปีมานี้เจ้าไม่เจอคนที่ถูกใจเลยหรือ”
กวนสีหลิ่นยิ้มถาม มองเซียนที่ดูไม่สมควรอยู่บนโลกมนุษย์ตรงหน้าคน