างตอบรับ “ข้าสงสัยเหมือนกันว่าจวินเจวี๋ยซางผู้นั้นเป็นคนอย่างไร คืนนี้ได้เห็นแล้วก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าโดดเด่นมาก”
“โดดเด่นกว่าข้าอีกหรือ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเลิกคิ้ว แววตาลึกล้ำเจือรอยยิ้ม
ได้ยินดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วก็หัวเราะเบาๆ เงยหน้าขึ้นก่อนก้มหน้าลงจุมพิตเขา “ในสายตาข้า ไม่มีใครเทียบเจ้าได้”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ฟังก็พลันใจสั่น ราวกับดอกไม้สดใหม่บานสะพรั่ง รอยยิ้มปรากฏชัดเจนบนใบหน้าเย็นชา เขามองนางในอ้อมกอด “คำพูดนี้ของอาจิ่วน่าฟังนัก ข้าชอบมาก”
เขาพูดพลางก้มหน้าลงจุมพิตนางเช่นกัน ไม่ใช่จุมพิตแผ่วเบา ทว่าเป็นจุมพิตลึกซึ้งร้อนแรง
ยิ่งดึกเท่าไร พระจันทร์เสี้ยวเร้นกายเข้าไปในชั้นเมฆ เงาร่างสองร่างภายในห้องเปี่ยมไปด้วยอารมณ์วาบหวาม เกาะเกี่ยวกันอยู่บนเตียงราวกับนกยวนยาง…
ฝั่งตำหนักศักดิ์สิทธิ์ คนของตำหนักศักดิ์สิทธิ์คอยอยู่ในตำหนักตั้งแต่เช้า ทุกคนสนทนากันอย่างออกรสออกชาติระหว่างรอ
“เห็นทีวันนี้ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์จะออกฌานแล้ว เขาเข้าฌานครั้งนี้นานถึงห้าปีเชียว”
“ใช่! เร็วนัก! พริบตาเดียวก็ผ่านไปห้าปีแล้ว”
“ไม่รู้เหมือนกันว่าระยะเวลาห้าปีนี้ ระดับพลังของศิษย์ศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นแล้วเท่าไร ช่วงนี้ได้ยิน