คนคนนั้นเดินออกมามาจากความมืด กลับทำให้เหล่ามารบำเพ็ญหน้าเปลี่ยนสี แม้แต่เสียงพูดก็สั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุม
“ฟะ…เฟิ่งจิ่ว!”
คนตรงหน้าสวมชุดสีแดงทั้งตัว ใบหน้างดงามยิ่งยวดทว่าเย็นชา มุมปากซ่อนรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี ไม่ใช่ดาวหายนะหญิงเฟิ่งจิ่วผู้นั้นแล้วจะเป็นใคร?
แทบจะพร้อมกับที่มองเห็นเฟิ่งจิ่ว มารบำเพ็ญสามสิบคนถอยหลังพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขารู้ว่าพลังของเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วสองคนไม่เหมือนในอดีต โดยเฉพาะเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ท้ารบกับประมุขเทียมฟ้าที่เขาสูงสุด วันนี้พวกเขากลับพบดาวหายนะหญิงเฟิ่งจิ่วที่นี่ ในใจพลันบังเกิดความคิดที่ว่าต้องตายแน่แล้ว
ที่นี่คือหลังเขาของสำนักดาราครามเซียน นางไม่อยู่ที่เมืองสี่ทิศ กลับมาทำอะไรที่นี่ตอนกลางค่ำกลางคืน หรือนางรู้แผนการของพวกเขา?
เฟิ่งจิ่วกวาดสายตามองด้วยดวงตาสดใส แววตากวาดผ่านมารบำเพ็ญเหล่านั้นแล้วหัวเราะเสียงเบา “ข้าไม่ได้พบมารบำเพ็ญมานานแล้ว พูดเถอะ! พวกเจ้ารวมกลุ่มกันทำอะไรตอนดึกๆ ดื่นๆ”
เห็นเงาร่างเหล่านั้นถอยหลังก้าวแล้วก้าวเล่า นางชำเลืองคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มดังเดิม “อย่าคิดหนี ข้าพบพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าอยากหนีก็ทำไม่ได้แล้ว”
…