โสเหมยหน่อย ทางห้องยามด้วย นายหญิงบอกว่าประมุขเสวียนอู่น่าจะมาเยือนช่วงนี้”
“ได้” ฉินซินรับปาก ผ่านไปครู่หนึ่งทั้งคู่จึงค่อยจากไป
ยามดึกสงัด ในสำนักดาราครามเซียน เรือนห่างไกลบนยอดเขาแห่งหนึ่งยังคงจุดตะเกียงสว่างจ้า จวินเจวี๋ยซางที่สวมชุดคลุมสีขาวนั่งอยู่ในเรือน มือถือตำรา ดวงตาจ้องมองตำรา ทว่าหัวใจกลับลอยไปอยู่ที่ใดก็ไม่อาจรู้
เฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงร่อนลงบนต้นไม้กลางลานอย่างเงียบๆ นางที่เก็บกลิ่นอายไม่ต่างอะไรจากลมยามค่ำคืน ไม่ส่งเสียงใดแม้แต่น้อย ย่อมไม่ดึงดูดความสนใจจวินเจวี่ยซางที่กำลังใจลอยเช่นกัน
นางมองลอดหน้าต่างเห็นบุรุษคนนั้นกำลังนั่งอ่านตำรา ตอนมองเห็นเขา จำต้องพูดว่านางตะลึงไปเล็กน้อย คนอายุหลายร้อยปีกลับเหมือนบุรุษวัยสามสิบกว่า สุขุมและเยือกเย็น กลิ่นอายบนกายเขาแตกต่างกับคนที่นางพบทั่วไปอยู่บ้าง
เพียงแค่มองใบหน้าด้านข้างและท่าทางนั้น จำต้องพูดว่าดวงตาของพี่สาวนางเฉียบแหลมจริงๆ บุรุษเช่นนี้มีเอกลักษณ์นัก น่าสนใจมากเช่นกัน แต่สำหรับนางแล้วยังเทียบกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้
จวินเจวี๋ยซางที่กำลังอ่านตำราอย่างใจลอยอยู่นั้นพลันรู้สึกได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่ แม้เขาสัม