าว่าเจ้าอยู่ที่นี่จึงอยากมาดูหน่อย” พูดแล้วนางก็เล่นจอกชาในมือ ยิ้มพลางกล่าวว่า “หัวหน้าพรรครู้หรือไม่ว่าข้ากับหวันเหยียนเชียนหวาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน”
ครั้นฟังดังนั้น แววตาของจวินเจวี๋ยซางก็วูบไหวเล็กน้อย เขาหลุบตาลง ไม่ได้เอ่ยอะไร
“ข้าไม่ชอบพูดอ้อมค้อม ขอพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน” นางมองเขา “พี่สาวข้าดวงตาเฉียบแหลม ทั่วไปแล้วไม่ว่าจะเป็นวีรบุรุษคนไหนก็ทำให้นางหวั่นไหวไม่ได้ ข้าจึงสงสัยมาโดยตลอดว่าคนที่นางจะชอบพอในอนาคตจะเป็นคนอย่างไร คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคเช่นนี้”
“นางให้เจ้ามาหรือ” จวินเจวี๋ยซางถาม
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วหัวเราะออกมา ชำเลืองมองเขาครั้งหนึ่งด้วย “ห้าปีก่อนพี่สาวข้าพูดถึงเจ้าให้ข้าฟัง ตอนพวกเราพบกันใหม่ในอีกห้าปีให้หลัง พอข้าถามถึงเจ้า พี่สาวข้ากลับบอกว่าพวกเจ้าไม่มีความสัมพันธ์กันอะไรตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว”
“ดังนั้นพอข้าได้ยินว่าหัวหน้าพรรคอยู่ที่นี่ ถึงได้คิดหาเวลาว่างมาดูสักหน่อย ว่าบุรุษที่ทำให้พี่สาวข้าชอบพอได้เป็นคนอย่างไร แต่ตอนนี้พบแล้วก็คิดว่าไม่เท่าไรนัก”
เสียงไม่ยี่หระของนางเจือแววหยอกเย้าอยู่หลายส่วน ทีแรกนางเพียงคิดจะมาดูว่าจวินเจวี๋ยซางผู้นี้เป็นคนอย่างไร คิดอะ