งมองเฟิ่งจิ่วครั้งหนึ่ง แววตาของนางมีเสน่ห์และสับสนอยู่ในที “เทพเซียนเมามาย?”
“ฮ่าๆ เทพเซียนเมามายนั่นแหละ หลังจากปรับสูตรแล้วรสชาติดีขึ้นหรือไม่” เฟิ่งจิ่วพูดพร้อมรอยยิ้มสดใส
“เจ้าคิดมอมข้ากระมัง” หวันเหยียนเชียนหวากล่าว กระนั้นตนเองก็ยังหยิบกาสุรามารินอีกจอก
“ที่ไหนกันเล่า ข้าเพียงอยากให้ท่านชิมสุราเทพเซียนเมามายที่ข้าปรับสูตรแล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มเจ้าเล่ห์
“เจ้าว่าข้าดื่มกี่จอกถึงจะเมา” หวันเหยียนเชียนหวาถาม ก่อนจะดื่มจอกที่สามไป ตอนเตรียมรินอีกจอกหนึ่ง ตรงหน้าของนางก็พร่าเลือนเสียแล้ว
เฟิ่งจิ่วเม้มปากยิ้ม “ต่อให้พลังกล้าแกร่งเพียงใด สามจอกก็ต้องเมาแล้ว” ไม่เช่นนั้นจะพูดได้อย่างไรว่าปรับสูตรแล้ว
นางมองพี่สาวที่ฟุบลงกับโต๊ะพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็ส่งเสียงเรียก “มีใครอยู่ข้างนอกหรือไม่”
“นายหญิง” ฉินซินและเหลิ่งซวงสองคนเดินเข้ามา
“ประคองนางกลับไปพักผ่อนที่เรือน สั่งคนว่าอย่ารบกวนนาง ให้นางหลับสนิทๆ สักตื่น” เฟิ่งจิ่วกล่าว ลุกขึ้นยืนแล้วสะบัดชุดกระโปรงเบาๆ แสงชั้นหนึ่งวาบผ่านบนตัวนาง กลิ่นสุราบนกายหายไปแล้ว
เหลิ่งซวงและฉินซินตอบรับเสียงหนึ่ง ก่อนจะประคองหวันเหยียนเชียนหวาเดินไปข้างนอก
“นา