“พวกเจ้าไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องกับข้า เจตนาของข้าเป็นอย่างไร ข้าเชื่อว่าพวกเจ้ารู้ดีเช่นกัน คำพูดเมื่อครู่นี้พวกเจ้าก็ได้ยินแล้ว อย่างอื่นข้าไม่ขอพูดมากอีก พวกเจ้าคิดดูให้ดีก็แล้วกัน!” ครั้นพูดจบ เขาก็ก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอก ทิ้งคนทั้งสองไว้ข้างหลัง
มู่ซินมองซื่อเชวีย “เจ้าสำนักหวังให้พวกเราบอกอาจารย์”
ซื่อเชวียยิ้มขื่น “นอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีเรื่องอื่นได้อีกหรือ แม้พวกเราจะบอกว่าไม่รู้ข่าวคราวของอาจารย์ แต่เจ้าสำนักจะเชื่อหรือ ช่างเถอะ ถึงพวกเราไม่รู้ข่าวคราวของอาจารย์จริงๆ แต่กลับรู้ว่าจะติดต่อพวกท่านได้อย่างไร”
พูดถึงตรงนี้แล้ว ซื่อเชวียถอนหายใจเสียงหนึ่ง “ห้าปีมานี้ถึงพวกเราถือป้ายหยกสื่อสารของอาจารย์ ทว่าไม่เคยใช้เลยสักครั้ง ครั้งนี้เจ้าสำนักพูดเช่นนี้ และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ว่าอย่างไรก็ควรรายงานพวกอาจารย์สักหน่อย ส่วนพวกเขาจะกลับมาหรือไม่ นั่นก็ต้องดูที่ความต้องการของอาจารย์ทั้งสองแล้ว”
มู่ซินพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ เช่นนั้นพวกเรากลับไปก่อนเถอะ! รายงานข่าวนี้ให้พวกอาจารย์รู้หน่อย” ทั้งสองคนจึงก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอก ไปยังถ้ำของซื่อเชวียด้วยกัน
……….