วกเหลิ่งหวามาเถอะ”
“ขอรับ” ไป๋ชิงเฉิงตอบรับเสียงหนึ่ง หมุนกายออกจากลานไป
พร้อมกันนั้น ด้านในสำนักของซื่อเชวียกับมู่ซิน ผู้รับผิดชอบสำนักทั้งหลายรวมตัวกัน รวมไปถึงผู้อาวุโส พวกเขานั่งล้อมวงหารือ บางคนมีสีหน้าคร่ำเคร่ง บางคนมีสีหน้าผ่อนคลาย บางคนเป็นกังวลเป็นอย่างยิ่ง และมีบางคนที่ไม่สนใจอะไรเลย
“จะทำเช่นนี้จริงๆ หรือ หากทำเช่นนี้จริงๆ เกรงว่า…” เจ้าสำนักคนหนึ่งพูดด้วยความสงสัย ในดวงตาฉายแววกังวลเล็กน้อย
“คนผู้นั้นคือประมุขเทียมฟ้า เขามอบคำสั่งให้คนของทุกสำนักแล้ว ย่อมต้องส่งคนในพรรคจับตามองทุกอย่างข้างล่าง ตอนนี้นอกจากพวกเราทำตามที่เขาว่าแล้ว พวกเรายังทำอะไรได้อีก”
“แต่ต่อให้พวกเราต้องการจัดการพวกเฟิ่งจิ่วก็จำต้องอาศัยชื่อเสียงของอาจารย์ ไม่เช่นนั้นลงมืออย่างกะทันหัน เกรงว่าจะทำให้ชาวบ้านมากมายเดือดร้อนไปด้วย” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกังขาอยู่บ้าง สีหน้าเคร่งขรึมอย่างชัดเจน เห็นชัดว่าภายในใจเขาไม่อยากทำเรื่องนี้ เพียงแต่ถูกบีบอย่างจนใจ
หลายคนที่ล้อมวงอยู่ฟังแล้วก็อดสบตากันไม่ได้ คล้ายกับกำลังคิดหาว่าเหตุผลใดที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา
ชายชราอีกคนหนึ่งเห็นสีหน้าของทุกคนแล้วลังเลเล็กน้อยก่อนกล่าว “ความจ