าเป็นกังวล “นายหญิง ข้าได้ยินข่าวจากสำนัก บอกว่าสำนักใหญ่ทั้งสี่และคนจากสำนักใหญ่ทั้งสี่กำลังหารือกันรับมือพวกท่าน”
ฟังถึงตรงนี้แล้ว เฟิ่งจิ่วสบตากับเซวียนหยวนโม่เจ๋อด้วยความประหลาดใจอยู่บ้าง ก่อนจะมองไป๋ชิงเฉิง “สำนักใหญ่ทั้งสี่และคนจากสำนักใหญ่ทั้งสี่ต้องการรับมือกับพวกข้า? เพราะเหตุใด”
“ข่าวที่ข้าได้ยินมาคือนายหญิงและเจ้าตำหนักเป็นศัตรูกับประมุขเทียมฟ้า ประมุขเทียมฟ้าผู้นั้นเป็นผู้แข็งแกร่งที่มีพลังระดับราชันเทพ หากเขาเกรี้ยวกราดขึ้นมา เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะเผาสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดินใหญ่ผืนนี้ให้เป็นจุณ สำนักและศิษย์สำนักเหล่านั้นจึงหารือกันว่าจะจับพวกท่านมากำจัดพลังบำเพ็ญแล้วขับออกจากโลกเบื้องบนแห่งนี้ ด้วยต้องการให้โลกเบื้องบนสงบสุขไร้เรื่องราวเหมือนอย่างในอดีต ข้ารู้ข่าวนี้แล้วจึงรีบกลับมาทันที นายหญิง เจ้าตำหนัก พวกท่านอยู่ที่นี่นานไม่ได้แล้ว พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่!”
ฟังดังนั้นแล้วเซวียนหยวนโม่เจ๋อมีสีหน้ามืดครึ้ม กลิ่นอายเย็นยะเยือกทั่วกายเอ่อท้นออกมาข้างนอก ฝ่ายเฟิ่งจิ่วนั้นแววตาวูบไหวเล็กน้อย คล้ายกับไม่แปลกใจอย่างไรอย่างนั้น สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปมากเช่นเดียวกัน
“หากเป็นเช่นนั้นก็เข้าใจ