่ได้ที่จะยิ้มอ่อนโยนขึ้นมา นางนั่งยองลงกางแขนโอบรับเขาไว้ในอ้อมกอด “ห้าวเอ๋อร์เล่นจนเหนื่อยแล้วใช่หรือไม่ กินอะไรแล้วหรือยัง”
“ท่านแม่ ห้าวเอ๋อร์ไม่เหนื่อย” เขาพูดออกมาตามตรง ทุกพยางค์ชัดเจน เมื่อเอียงหน้าคิดแล้วก็กล่าวอีก “ท่านน้าซวงบอกว่าอีกเดี๋ยวค่อยกินข้าว”
ครั้นฟังจบ เฟิ่งจิ่วลูบศีรษะเขาพลางพูดกับเหลิ่งซวง “เจ้าให้ห้องครัวเตรียมอาหารหน่อย ส่งมาที่สวนดอกไม้แห่งนี้แล้วกัน! พวกข้าจะกินข้าวที่นี่ แล้วก็ให้คนที่ห้องครัวตุ๋นโจ๊กโสมส่งไปให้พวกเหลิ่งหวาด้วย”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงตอบรับ ได้ยินคำพูดของนางแล้วก็ให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ให้คนตุ๋นโจ๊กโสมบำรุงปราณดั้งเดิมหรือ? หรือว่าอาการบาดเจ็บของพวกเขาดีขึ้นมากแล้ว ทันใดนั้นนางจึงคารวะแล้วถอยไปทันที มุ่งหน้าไปยังห้องครัว
เฟิ่งจิ่วอุ้มเด็กชายด้วยมือหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งจูงเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินไปถึงศาลาในสวนดอกไม้แล้วนั่งลง เมื่อนึกถึงเรื่องของหวันเหยียนเชียนหวาพี่สาวนางขึ้นมาได้ นางจึงกล่าวกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อสักหน่อย
“เดิมทีข้าคิดว่ากลับมาแล้วจะหาเวลาไปเยี่ยมนาง คิดไม่ถึงเลยว่าต้องมาเจอกับเรื่องนี้เข้า”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังแล้วชะงักไปเล็กน้อย “ข้าว่