กปกติอย่างชัดเจน
เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย “ลองโคจรปราณดู”
ดังนั้นเขาจึงลองโคจรปราณพลังวิญญาณในร่างกาย ไม่นานนักก็ยิ้มและมองเฟิ่งจิ่ว “ผู้นำตระกูล ตอนนี้ข้าแน่ใจแล้วว่าบาดแผลภายในร่างกายดีขึ้นแล้วเจ็ดส่วน หากแค่โคจรปราณล่ะก็ เทียบกับตอนที่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บได้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป” นางลุกขึ้นยืน “ตอนนี้เจ้าลงจากเตียงมาเดินเล่นได้แล้ว อย่าเอาแต่นอนบนเตียงตลอดเวลา เคลื่อนไหวร่างกายบ้าง เลือดลมในร่างกายจะได้ไหลเวียนได้เร็วขึ้นหน่อย นั่นดีกับร่างกายเช่นกัน”
“ขอรับ” เขารับปาก
เฟิ่งจิ่วหมุนกายแล้วเดินออกไปพร้อมกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เมื่อมาถึงอีกห้องหนึ่งในเรือนแล้ว พวกเขาเห็นฮุยหลางและอิ่งอีสองคนล้วนอยู่ที่นี่ กระนั้นคนหนึ่งนอนหลับอยู่ข้างใน คนหนึ่งนอนหลับอยู่ข้างนอก
“ผู้นำตระกูล ภูตหมอ” อิ่งอีที่อยู่ข้างนอกมองเห็นพวกเขาสองคนจึงเรียกเสียงหนึ่ง เสียงนั้นฟังดูอ่อนแอไร้กำลัง
เฟิ่งจิ่วเข้าไปตรวจดู อาการใกล้เคียงกับเหลิ่งหวา นางจึงใช้ปราณชีวิตของบัวเขียวช่วยเขาฟื้นฟูบาดแผลในร่างกาย เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไป บาดแผลภายในร่างกายของอิ่งอีค่อยๆ ดีขึ้น เขาอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ “ภ