”
“ข้าอยากไปตอนนี้” เฟิ่งจิ่วพูดพร้อมมองเขา เห็นเขามองมาด้วยความประหลาดใจจึงกล่าว “หลายวันก่อนข้าได้รับข่าวจากคนที่บ้าน สถานการณ์ไม่สู้ดีเป็นอย่างยิ่ง ข้าเสียเวลามาหลายวันแล้ว จะช้าไม่ได้อีก”
ราชาโอสถฟังจบก็มุ่นคิ้ว “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าไปเรียกคนพวกนั้นของเจ้ามาเถอะ!”
“ขอบคุณอาจารย์มาก” เฟิ่งจิ่วประสานมือกล่าวขอบคุณ จากนั้นเดินไปอย่างรวดเร็ว
ช่วงนี้พวกตู้ฝานฝึกบำเพ็ญอยู่ตลอด เพิ่งได้ออกมาข้างนอกไม่กี่วัน ระหว่างนี้พลังของพวกเขาเพิ่งขึ้นไม่น้อยเลย ด้วยเหตุนี้ตอนพวกเขาเห็นเฟิ่วจิ่วรีบร้อนมาหาพวกเขา จึงอดไม่ได้ที่จะก้าวไปต้อนรับนางด้วยรอยยิ้ม
“นายหญิง!”
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาครั้งหนึ่ง เห็นคลื่นปราณบนกายพวกเขาขยับเคลื่อน พลังของทุกคนเพิ่มขึ้นแล้ว ในใจรู้สึกประหลาดอยู่บ้าง แต่บนใบหน้ากลับเรียบสงบเหมือนปกติ ไม่แสดงสีหน้าอะไรชัดเจน เพียงสั่งว่า “เก็บข้าวของแล้วตามข้าไป”
ฟังดังนั้นแล้ว พวกตู้ฝานสบตากันครั้งหนึ่ง เห็นเพียงสีหน้านางเคร่งขรึมเล็กน้อย ทันใดนั้นพวกเขาก็กลับไปเก็บข้าวของแล้วออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงข้างนอก ตู้ฝานก็ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ “นายหญิง เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่หรือไม่”
“อืม เกิดเรื่องที่จวน