ม่เพียงแต่เจ้าเมืองที่สงสัยถึงที่มาที่ไปของภูตหมอผู้นี้ คนอื่นก็สงสัยเช่นเดียวกัน เพียงแต่คนไม่น้อยล้วนออกไปสอบถามแล้ว ทว่าข้อมูลที่ได้มากลับมีจำกัด” ชายวัยกลางคนกล่าว แววตาวูบไหวเล็กน้อย “ตระกูลฉินผูกสัมพันธ์กับคนเช่นนี้ได้ ถือเป็นโชคดีของพวกเขาจริงๆ”
ชายวัยกลางเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวอีกว่า “นายท่าน ผู้นำตระกูลฉินได้รับบาดเจ็บ พรุ่งนี้นายท่านนำของขวัญไปเยี่ยมเยียนเขาถึงที่เป็นอย่างไร”
ได้ยินดังนั้นแล้วเจ้าเมืองพลันชะงักค้าง จากนั้นก็ดึงสติกลับมา “อืม พูดแล้วก็มีเหตุผล พรุ่งนี้ไปเยี่ยมผู้นำตระกูลฉินสักหน่อย” เขายิ้มออกมา “เจ้าก็กลับไปพักผ่อนเถอะ! พรุ่งนี้ไปกับข้า”
“ขอรับ” ชายวัยกลางคนยิ้ม ลุกขึ้นประสานมือแล้วค่อยถอยไป
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ตระกูลใหญ่อื่นๆ ก็มีความคิดเช่นเดียวกันนี้ ส่วนในตระกูลฉินตอนนี้นั้น เฟิ่งจิ่วกำลังนอนใคร่ครวญเรื่องราวอยู่บนเตียง มองจ้องเพดานห้องตลอดเวลา ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จนกระทั่งความง่วงเข้ามาจู่โจม นางถึงหลับตานอนหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น เฟิ่งจิ่วกำลังกินอาหารเช้าอยู่ในลาน ก็เห็นพ่อบ้านเดินเข้ามา นางเห็นดังนั้นจึงถามขึ้นว่า “มีอะไรหรือ”
……….