งง่าย อีกเดี๋ยวข้าจะตามไป” นางกล่าวกับคุณชายใหญ่ฉินที่อยู่ข้างๆ
“ขอรับ!” คุณชายใหญ่ฉินฟังแล้วพยักหน้า รีบประคองบิดาเข้าบ้านไป
ด้านหลังนั้นเอง คุณชายรองฉินที่เฟิ่งจิ่วเรียกมากำลังยืนอยู่ข้างหลังคนอื่นๆ สีหน้าเขายังคงซีดขาวอยู่หลายส่วน แต่สายตาเกรี้ยวกราดกลับจ้องมองคนของสำนักสัตยุทธ์ เพราะตนเองช่วยอะไรไม่ได้ เขาจึงไม่ได้ก้าวไปข้างหน้า เพียงยืนอยู่ข้างหลังทุกคนอย่างเงียบๆ
“ภูตหมอ พวกเขาคือคนจากสำนักสัตยุทธ์ ท่านรีบเข้าไปก่อนเถอะ อยู่ที่นี่เกรงว่าพวกเขา…”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวเสียงเบา ด้วยเป็นห่วงว่าหากเกิดเรื่องขึ้นกับนางแล้วจะยิ่งยุ่งยาก อย่างไรเสียนางก็เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามพร้อมด้วยวิชาแพทย์ซึ่งรักษาคนให้ฟื้นจากความตายได้ มีคนจับตาดูอยู่เยอะเกินไป อีกทั้งนางยังไม่มีความสามารถในการป้องกันตนเองแต่อย่างใด
เมื่อได้ฟังดังนั้น เฟิ่งจิ่วก็ยกยิ้มเล็กน้อย “คนจากสำนักสัตยุทธ์?” นางมองสองคนตรงหน้า ก่อนถามว่า “พวกเจ้ามาหาข้าหรือ”
“ถูกต้อง!” ชายวัยกลางคนในลำดับที่ห้าผู้นั้นจ้องมองเฟิ่งจิ่ว ในดวงตาฉายแววประหลาดใจ “พวกข้ามาเชิญภูตหมอไปเป็นแขกที่สำนักสัตยุทธ์ของพวกข้า แต่คนตระกูลฉินไม่รู้จักดีชั่วสั