าเช่นนี้
เมื่อรับหินหยกที่เฟิ่งจิ่วส่งมาให้แล้ว ผู้นำตระกูลฉินตกใจมาก เพราะเมื่อหยกปากว้าถึงมือแล้ว เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นสายหนึ่ง และบนหินหยกยังแผ่ปราณวิญญาณออกมาอีกต่างหาก นี่ไม่ใช่หินหยกธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด
“นี่ ภูตหมอ หินหยกนี้…” เขาอยากพูดว่าหินหยกนี้ล้ำค่าเกินไป พวกเขาไม่กล้ารับไว้ แต่กลับพูดคำนี้ไม่ออก เพราะหากไม่รับหินหยกนี้ไว้ บุตรชายเขาจะทำอย่างไร
สุดท้ายเขาก็ถือหินหยกนั้นแล้วคารวะให้เฟิ่งจิ่วอย่างจริงจัง “ไม่ว่าคำพูดใดล้วนแทนความซาบซึ้งของข้าในตอนนี้ไม่ได้ ภูตหมอ ขอบคุณมาก”
เฟิ่งจิ่วโบกมือ ไม่ได้พูดอะไรมาก แค่มองเขาให้คนร้อยหยกแล้วสวมเข้าไปที่คอคุณชายรองซึ่งนอนอยู่บนเตียง หลังจากนั้นก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “ภูตหมอ เท่านี้หรือ”
“อืม” เฟิ่งจิ่วตอบรับเสียงหนึ่ง “วางตั่งนุ่มไว้ตรงนี้หลังหนึ่ง คืนนี้ข้าจะพักที่นี่”
“เอ่อ…”
ผู้นำตระกูลลังเลอยู่บ้าง เขามองบุตรชายคนโตครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “ภูตหมอ ข้าสั่งให้คนเตรียมห้องให้ท่านแล้ว ภูตหมอเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลฉิน จะพักผ่อนบนตั่งนุ่มได้อย่างไร”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม “ตอนนี้คุณชายรองยังไม่ผ่านวิกฤติ สำคัญที่คืนนี้ ข้