ถูกต้มอย่างไรอย่างนั้น
เฟิ่งจิ่วเข้าห้องไปตรวจอาการรอบหนึ่ง จากนั้นจึงหยิบโอสถเม็ดหนึ่งใส่ปากเขา ก่อนถามขึ้นว่า “ผู้นำตระกูลฉิน ที่จวนของเจ้ามีหยกโบราณอะไรหรือไม่”
“หยกโบราณ?” ผู้นำตระกูลฉินตะลึง คิดก่อนค่อยกล่าว “บรรพบุรุษตระกูลข้ามอบของอย่างป้ายหยกส่งทอดกันมาจำนวนหนึ่ง เพียงแต่ไม่รู้ว่ายุคนี้นับได้ว่าเป็นหยกโบราณหรือไม่” เสียงของเขาหยุดไป สุดท้ายก็กล่าวต่ออีกว่า “เอาอย่างนี้แล้วกัน! ข้าไปหยิบมาให้ภูตหมอดูดีกว่า” เขาคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ภูตหมอต้องการ อย่างไรเสียนางก็รักษาบุตรชายเขาแล้ว หากนางต้องหารหยกโบราณ เขาก็เสาะหากลับมาให้ได้
ด้วยเหตุนี้หลังจากเลือดลมทั่วร่างของบุตรชายเขาดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มากแล้ว เขาจึงรีบกลับไปหยิบสิ่งของที่คล้ายกับป้ายหยกเหล่านั้นมา
ภายในห้องเหลือเพียงคุณชายใหญ่และเฟิ่งจิ่วที่กำลังเฝ้าอยู่ คุณชายใหญ่ผู้นั้นมองเฟิ่งจิ่วแล้วถามขึ้นว่า “ภูตหมอ หลังจากทำแบบนี้แล้วน้องรองของข้าจะไม่ถูกหยินชั่วร้ายเข้าร่างอีกใช่หรือไม่”
พอได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ไม่หรอก ทำแบบนี้เพียงช่วยเขากำจัดปราณหยินชั่วร้ายภายในร่างกาย ส่วนวันหน้าจะมีหยินชั่วร้ายเข้าร่างกาย