ห็นว่ามีถ้วยเพียงใบเดียวจึงถาม “ผู้อาวุโส นั่งลงกินด้วยกันเถอะ!”
“เอ่อ…”
“นั่งลงกินด้วยกัน ข้ายังมีเรื่องบางอย่างอยากพูดกับเจ้า”
“เช่นนั้นก็ได้” หญิงชรากล่าวตอบ นางไปหยิบถ้วยและตะเกียบมาจากห้องครัว จากนั้นก็นั่งลงกินด้วยกัน
เฟิ่งจิ่วเล่าสถานการณ์ของบุตรชายหญิงชราให้นางฟังระหว่างกินข้าวอย่างง่ายๆ จนกระทั่งกินเสร็จ นางวางถ้วยและตะเกียบลง “อย่างมากพรุ่งนี้เช้าเขาก็ฟื้นแล้ว แต่ยังต้องค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายต่อไปอีก”
เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิ่งจิ่ว หญิงชราผู้นั้นก็กล่าวขอบคุณเฟิ่งจิ่วด้วยความซาบซึ้ง อย่างไรเสียคนที่หมอหลายคนบอกว่าไม่มีทางรอด กลับจะฟื้นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้แล้ว พักรักษาตัวอีกพักหนึ่งก็จะหายดี เช่นนี้แล้วจะไม่ให้นางตื่นเต้นได้อย่างไร
นั่นเป็นถึงบุตรชายของนางเชียวนะ! ในที่สุดบุตรชายนางก็พ้นเคราะห์ตายแล้ว ดียิ่งนัก!
“ผู้อาวุโส ที่นี่คือที่ไหน เหตุใดคนที่ข้าเห็นในเมืองล้วนมีพลังเร้นลับ แต่ไม่มีใครมีพลังวิญญาณเลยเล่า” เฟิ่งจิ่วถามข้อสงสัยในใจออกไป สายตามองไปยังหญิงชรา
เมื่อได้ยินคำถาม หญิงชราคล้ายกับแปลกใจอยู่บ้าง “ภูตหมอไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนหรือ” นางมองเฟิ่งจิ่ว เห็นนางส่ายหน้าพร้อมสีหน้าจริ