ลันสบตากันครั้งหนึ่ง เดินไปพูดพึมพำไป สุดท้ายจึงส่งสัญญาณว่า “เข้าไปเถอะ! แต่สภาพเช่นนี้เกรงว่าเข้าไปแล้วคงไม่มีที่พักอาศัยเช่นกัน”
ทหารยามสองคนกล่าว ไม่สนใจเฟิ่งจิ่วอีก เพียงเดินกลับไปอารักขาที่ประตูเมือง ตรวจตราคนเข้าออกเมืองต่อไป
เฟิ่งจิ่วเก็บตราสถานะ หลังจากเดินกะเผลกเข้าไปในข้างในแล้วก็มองดูครั้งหนึ่ง คนข้างในส่วนใหญ่มีพลังเร้นลับดังคาด ไม่ได้มีพลังวิญญาณ
นางเดินไปถึงร้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ยังไม่ทันเข้าใกล้ก็เห็นคนยื่นมือออกมาผลักนาง คราวนี้นางเบี่ยงตัวหลบการผลักของคนผู้นั้น ก่อนจะมองไปที่อีกฝ่าย
“เจ้าทำอะไร” เฟิ่งจิ่วมองชายฉกรรจ์ผู้นั้น มุ่นคิ้วเล็กน้อย
“ขอทานผู้นี้ ใครอนุญาตให้เจ้าเข้าเมือง อีกทั้งยังเดินมาใกล้ร้านของข้าอีก คิดจะทำลายการค้าขายของข้าหรืออย่างไร ไปๆๆ! ไสหัวไป! ไม่ดูสารรูปของตนเองเสียบ้างเลย”
เฟิ่งจิ่วกวาดสายตามองคนผู้นั้นอย่างเย็นชา ไม่ได้ตีฝีปากกับเขาเช่นกัน เพียงเดินไปข้างหน้าต่อไป ทว่าไม่ว่านางเดินเข้าใกล้ร้านค้าขนาดเล็กหรือโรงเตี๊ยมเหล่านั้น ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ก็ถูกคนไล่ออกมาแล้ว
นางเดินอยู่ที่นี่เป็นเวลาหนึ่งวันเต็มๆ เห็นสีท้องฟ้ามืดลงอย่างต่อเนื่อง กระนั้นก็ยังหาสถานที