จิ่วไม่ได้มีเจตนาบุกรุก เพียงหลงทางและพบที่นี่เข้าโดยบังเอิญเท่านั้น ข้าไม่คิดล่วงเกินท่านทั้งสอง ขอท่านทั้งสองยกโทษให้ข้าด้วย” นางประสานมือพลางพูด ท่วงท่าถูกต ต้องตามธรรมเนียม สง่างามทว่าสบายๆ
อาจเป็นเพราะท่าทีของนางจึงทำให้สีหน้าเคร่งขรึมของทั้งสองคนคลายลงหลายส่วน พวกเขาพิจารณาหญิงงามสวมชุดสีแดงทั้งตัวตรงหน้า ดวงตาทอประกายขึ้นโดยพลัน จากนั้นจึงถามเสียงเรียบว่า า “หุบเขาราชาโอสถของพวกข้าตัดขาดจากโลกภายนอก ในรัศมีหมื่นลี้เต็มไปด้วยสถานที่อันตราย เจ้าเป็นสตรีตัวคนเดียวมาถึงที่นี่ได้อย่างไร”
“เรื่องยาวนัก แต่ข้ามาถึงที่นี่โดยบังเอิญจริงๆ” นางเอ่ยเสียงเรียบเช่นกัน มองสองคนด้วยดวงตาสุกใส กล่าวต่ออีก “ข้าไม่คิดเข้าไปในหุบเขาราชาโอสถเช่นกัน เพียงแต่อยากถามสักคำ ว่าจะเดินออกจากพื้นที่แถบนี้ได้อย่างไร”
ได้ยินดังนั้นแล้วชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นจึงตอบเสียงเย็นชา “เจ้าเห็นว่าหุบเขาราชาโอสถของพวกข้าเป็นสถานที่ที่คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไปหรือ”
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ความหมายของท่านคืออยากรั้งข้าไว้ที่นี่หรือ”
“รั้งเจ้า? ฮ่าๆ เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว” ชายวัยกลางคนกล่าว แววตาคมปลาบจ้องมองเงาร่างสีแดงจ