งผู้อาวุโสจากสำนักเซียนหลายคนอีกด้วย
ตอนที่พวกเฟิ่งจิ่วมาถึง เหล่าผู้อาวุโสจากสำนักเซียนก็มาถึงที่นั่นกันแล้ว ครั้นเห็นพวกเขาทั้งสี่ ผู้อาวุโสเหล่านั้นต่างก็ทำท่าทางประหลาดใจ สองคนในนั้นจำพวกมู่หลิงได้ “พวกเจ จ้าอยู่ที่นี่ด้วยหรือ? ในนี้อันตรายถึงเพียงนี้ เหตุใดยังไม่กลับออกไปอีก?”
“ผู้อาวุโส” พวกมู่หลิงจำได้ว่าเป็นผู้อาวุโสในสำนักของตน จึงรีบคารวะ “พวกข้ามาดูว่าช่วยอะไรได้บ้างหรือไม่”
“ทางนี้! เร็วเข้า! มีคนถูกทับอยู่ตรงนี้!” ผู้อาวุโสจากสำนักเมืองมรกตตะโกนขึ้น พร้อมกับรีบยกหินที่ทับลูกศิษย์ออก
คนอื่นๆ ได้ยินเสียงก็รีบเข้ามาช่วย ลูกศิษย์คนนั้นถูกทับไม่ลึกมาก หินหลายก้อนดันกันเองทำให้มีช่องว่างให้แขนโผล่ออกมา นั่นทำให้พวกเขาพบศิษย์คนนี้อย่างรวดเร็ว
ทุกคนประสานแรงกันยกหินเหล่านั้นออก และช่วยศิษย์คนนั้นออกมา แต่กลับพบว่าหัวของเขามีเลือดไหล ขาหัก อีกทั้งทั่วตัวยังเต็มไปด้วยดินทราย สกปรกจนมองหน้าไม่ออก
“ศิษย์จากสำนักดาราครามเซียน!”
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ย เขาแยกออกเพราะชุดเครื่องแบบที่ศิษย์ตรงหน้าสวมใส่อยู่ ครั้นเห็นว่าไม่ใช่ศิษย์สำนักตนเอง ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
“เป็นศิษย์จากสำนักดารา