แน่?
ครั้นเห็นแต่ละคนหันมองมาที่นาง เฟิ่งจิ่วก็เผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะตอบว่า “ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว”
ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว?
เพียงคำพูดไม่กี่คำนี้กลับทำให้พวกเขาตะลึงงันไปทันที เฟิ่งจิ่ว? ชื่อนี้คุ้นหูนัก เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
ทว่าหลังจากได้ยินชื่อนี้ ปี้ข่ายจือกลับเบิกตากว้างหลังจากอึ้งงันไปครู่หนึ่ง เขามองคนที่แต่งกายเป็นเด็กหนุ่มตรงหน้า “จะ…เจ้าคือเฟิ่งจิ่ว?” ยะ…อย่างนั้นเขาก็เป็นบรรพจารย์ ของตระกูลปี้น่ะสิ?
เขาหันขวับไปทางมู่หลิง “เจ้ารู้แต่แรกแล้วหรือ?”
มู่หลิงยิ้มขมขื่น “รู้ก่อนพวกเจ้าไม่นาน”
เฟิ่งจิ่ว? เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่ว? พวกเขาน่ะหรือ? นางน่ะหรือ?
แววตกตะลึงพาดผ่านดวงตาของเผยจื่อเซวียนกับหลินเฉิงจิ่น เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาเป็นหญิงเช่นนั้นหรือ? หนำซ้ำยังเป็นอาจารย์ของอาจารย์พวกเขาด้วย? นะ นี่มัน…
ไม่ว่าจะคาดเดาอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางคาดเดาได้ว่านางจะเป็นอาจารย์ของอาจารย์พวกเขา หนึ่งในสองคนที่สร้างวีรกรรมอันเลื่องลือกลางสี่สำนักเซียนใหญ่
ได้ยินว่าเฟิ่งจิ่วยังเป็นถึงนักเล่นแร่แปรธาตุระดับผู้สูงศักดิ์โอสถอีกด้วย! ไม่น่าเล่านางถึงได้มีสัตว์เทวะขั้นสุดยอดและสัตว์เทวะระดับเจ็ดคอย